Tracking Number : 4444

กะดึกที่ไม่มีใครอยากอยู่

ร้านรับส่งพัสดุเล็กๆ ติดถนนซอยใหญ่เปิดไฟสว่างจ้าจนดวงเดียวในซอยดูจืดไปทันที แต่หลังสามทุ่มเป็นต้นไป แสงขาวจากในร้านจะกลายเป็นเหมือนตู้ปลา ที่มีคนข้างในเพียงหนึ่งคนขยับตัวไปมา ท่ามกลางความมืดด้านนอกที่เงียบสนิทเกินกว่าจะรู้ว่ามีใครยืนมองอยู่หรือไม่

“ก้อง” เป็นพนักงานกะดึกคนเดียวของร้านนี้ แทบทุกคืนมีแค่เขาอยู่หลังเคาน์เตอร์กับคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะเครื่องเก่า หน้าจอใหญ่ หนัก สีจางๆ ที่เมื่อเปิดระบบแล้ว จะปรากฏหน้าต่างโปรแกรมรับพัสดุขึ้นมาเต็มจอ ไล่จากช่องชั่งน้ำหนัก ช่องกรอกชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทร ไปจนถึงปุ่ม “บันทึก” กลมๆ สีเทา

ตอนหัวค่ำ ร้านยังไม่เงียบเท่าไร ลูกค้ายังทยอยเข้ามา ก้องก็ทำงานไปตามกลไกของร่างกาย มือรับกล่อง ชั่ง กรอกข้อมูล แปะบาร์โค้ด ส่งใบเสร็จ ยิ้มให้ตามมารยาท แต่พอเข็มนาฬิกาบนผนังขยับเข้าใกล้เลขสามทุ่ม เสียงในร้านจะเริ่มเหลือแค่เสียงพัดลมเคสคอมฯ ดังหึ่งเบาๆ กับเสียงติ๊ก… ติ๊ก… ของนาฬิกา

และนั่นคือช่วงเวลาที่ “เลขชุดหนึ่ง” มักจะโผล่มา


เลขลงท้าย 4444 ที่มาพร้อมอาการชักกระตุกของระบบ

ระบบของบริษัทจะสุ่มเลข Tracking Number ให้ทุกครั้งที่กดบันทึก เป็นเลขสิบหลักยาวๆ อ่านยาก ก้องไม่เคยสนใจมันจริงจังนัก เพราะหน้าที่เขาคือให้ลูกค้าถ่ายรูปหรือเก็บใบเสร็จกลับไปเท่านั้น

จนกระทั่งคืนหนึ่ง เขาเริ่มสังเกตว่าทุกครั้งที่เลขสี่ตัวท้ายกลายเป็น “4444” เครื่องจะมีอาการแปลกๆ เสมอ

ครั้งแรกที่เจอ เป็นคืนวันธรรมดาแทบไม่มีลูกค้า ชายคนหนึ่งวัยสามสิบกว่าเอากล่องของขวัญมาให้ส่งให้แฟนต่างจังหวัด ก้องกรอกข้อมูลจนถึงขั้นตอนสุดท้าย พอจะกดบันทึก หน้าจอก็ดับวูบเป็นสีดำไปหนึ่งวินาที ก่อนกลับมาพร้อมเลข Tracking

XXXXXXXX4444

ตอนนั้นเขาคิดว่าเครื่องรวนธรรมดา แต่พอผ่านไปไม่กี่วัน เขาก็เจออีก

ลูกค้าคนอื่น สถานการณ์คนละแบบ แต่ระบบก็ “สะดุด” ก่อนสร้างเลขทุกครั้ง แล้วก็ลงท้ายด้วย 4444 เหมือนตั้งใจให้จำง่าย

ในช่วงแรก เขาพยายามบอกตัวเองว่าเป็นเรื่องบังเอิญ เลขมันก็ต้องสุ่มได้แบบนี้บ้าง แต่สิ่งที่ทำให้เลิกคิดแบบนั้น คือสิ่งที่เกิด “หลังจาก” เขาส่งของเหล่านั้นออกไปแล้ว


ลูกค้าที่ไม่เคยกลับมาถามถึงของ

ชายคนกล่องของขวัญในคืนแรก กลายเป็นข่าวในหน้าเพจท้องถิ่นไม่ถึงอาทิตย์หลังจากนั้น รถเก๋งของเขาชนกับรถบรรทุก เขาเสียชีวิตคาที่

ตอนก้องเห็นรูปหน้าในข่าว เขารู้ได้ทันทีว่าเคยเจอกันที่เคาน์เตอร์ร้านนี้ และเลข Tracking ของคนนั้นลงท้ายด้วย 4444

วันรุ่งขึ้น แอดมินไลน์ของร้านมีข้อความเข้ามา

“สวัสดีค่ะ รบกวนสอบถามสถานะพัสดุลงท้ายเลข 4444 หน่อยค่ะ ส่งจากสาขานี้เมื่ออาทิตย์ก่อน ตอนนี้เช็กแล้วขึ้นว่า ‘ติดต่อผู้รับไม่ได้’ โทรหาแฟนก็ไม่ติดเลยค่ะ”

ก้องนั่งตัวแข็งอยู่นานกว่าจะกล้าเปิดระบบ เขาใส่เลข Tracking ลงไป แถบประวัติแสดงขึ้นมาพร้อมชื่อผู้รับที่เขาเพิ่งเห็นในข่าวว่าเสียชีวิต

สถานะหยุดอยู่ที่ “ไม่สามารถนำจ่ายได้”

ไม่มีบันทึกคืนคลัง
ไม่มีบันทึกทำลายพัสดุ
ไม่มีอะไรต่อจากนั้น

เหมือนกล่องนั้น “ถูกรายงานครั้งสุดท้าย” ระหว่างทาง แล้วหายไปในพื้นที่ว่างเปล่าบางอย่าง ที่ระบบยังฝืนเรียกว่า “ระหว่างการขนส่ง” เพื่อไม่ให้รายการมันจบลงแบบผิดปกติเกินไป

ข้อความจากผู้หญิงคนนั้นค้างอยู่ในช่องแชท ไม่มีประโยคตามมาอีก ไม่มีคอมเมนต์ด่า ไม่มีการทวงถามค่าชดใช้

ราวกับคนที่ถามถึงก็หายไปพร้อมกับคนที่ควรได้รับของ

จากวันนั้นเป็นต้นมา ก้องรู้สึกว่าระบบไม่ได้มีไว้ให้ “ดูสถานะพัสดุ” แค่อย่างเดียวอีกต่อไป แต่มันเหมือนเป็นบันทึกเงียบๆ ของอะไรที่รู้มากกว่านั้น


รายการค้นหาที่ไม่ควรมีใครนั่งไล่ดูตอนตีหนึ่ง

คืนนี้ก็เหมือนหลายคืนที่ผ่านมา ก้องนั่งหลังเคาน์เตอร์คนเดียวอีกครั้ง ลูกค้าคนสุดท้ายเพิ่งกลับไป เสียงรถคันที่จอดหน้าร้านขับออกจากซอยไปแล้ว ความมืดด้านนอกกลับมาทาบทับกระจกหน้าร้านจนเขาเห็นเงาตัวเองสะท้อนจางๆ

เวลาบนหน้าจอด้านขวาล่างบอกว่า 00:37 น.

เขาจ้องกล่องค้นหาเลข Tracking บนหน้าจออยู่นาน นิ้วชี้ค้างเหนือคีย์บอร์ด รู้ทั้งรู้ว่าการ “ลองค้นเล่น” ตอนดึกแบบนี้ มีแต่จะทำให้ตัวเองนอนไม่หลับ แต่สมองก็เหมือนผลักให้ทำ

เขาค่อยๆ พิมพ์เลข “4444” ลงไปในช่องค้นหา แล้วกด Enter

จอคอมฯ กระพริบหรี่ลงนิดหนึ่ง เหมือนหายใจยาวๆ ก่อนจะดึงข้อมูลขึ้นมาแสดง กลายเป็นรายการ Tracking ยาวเป็นสิบๆ แถว เรียงจากล่าสุดย้อนลงไปเกือบครึ่งปี

ทุกบรรทัดลงท้ายเหมือนกัน 4444

แถวบางอันขึ้นสถานะจัดส่งสำเร็จ แต่ไม่น่าแปลกใจที่ก้องอ่านแล้วไม่จำเคสเหล่านั้นได้
แถวอีกหลายอันค้างอยู่ที่ระหว่างทาง เหมือนไม่เคยถึงมือใคร
บางรายการปลายทางเป็นต่างอำเภอ บางรายการเป็นคนในเมืองเดียวกัน

สายตาของเขาเลื่อนลงไปเรื่อยๆ

วันที่
เวลา
ชื่อผู้ส่ง
ชื่อผู้รับ

เขาค่อยๆ เริ่มจำหน้าได้ทีละคน ทั้งคนท้องที่หอบของเด็กมาส่งให้ตัวเองในบ้านแม่ด้วยคำพูดเบาๆ ว่า “กันเหนียวไว้น่ะค่ะ เผื่อ…”
วัยรุ่นหน้าตาดีที่ส่งของไปให้เพื่อน “ในที่ที่ไม่มีใครอยากไปเยี่ยมบ่อยๆ” ตามคำพูดล้อๆ ของเขา
ชายแก่ที่ยืนคุยกับก้องนานกว่าปกติ เพราะดูเหมือนเขาพูดกับคนอื่นไม่ค่อยได้แล้ว

ก้องเลื่อนเมาส์ไปหยุดไว้ที่เลขหนึ่ง คลิกเข้าไปดูรายละเอียด

ชื่อผู้รับตรงหน้าเป็นชื่อที่เขาเคยได้ยินจากปากเพื่อนพนักงานข้างร้านขายของชำ ว่า “เมื่อเดือนก่อน คนชื่อนี้โดนรถเฉี่ยวล้มแล้วหัวฟาดฟุตปาธตายคาที่”

เขารู้สึกเหมือนอากาศในร้านหนักขึ้นทีละนิด
ไม่ใช่เพราะอุณหภูมิ แต่เป็นเพราะ “สิ่งที่พบ” พยายามทับน้ำหนักลงบนหัว

สมองส่วนที่ยังพยายามใช้เหตุผลพึมพำว่าทั้งหมดอาจเป็นแค่ภาพหลอนที่ต่อเรื่องเอง เขาอาจเลือกจำเฉพาะเคสที่บังเอิญตรงกับข่าว แต่หัวใจกลับเต้นถี่ขึ้นอย่างผิดปกติ

เข็มนาฬิกาบนผนังเดินต่อไป
ติ๊ก… ติ๊ก…

เสียงคลิกเมาส์ดังแข่งกับเสียงติ๊กในหัว เขาเลื่อนดูทีละแถว ทีละชื่อ เหมือนคนกำลังทำในสิ่งที่รู้ว่าทำแล้วจะทำให้ตัวเองคิดมากขึ้น แต่ก็หยุดไม่ได้

จนกระทั่งถึงชื่อหนึ่งที่ทำให้เขาต้องหยุดหายใจไปวูบนานกว่าทุกรายการก่อนหน้า


ชื่อที่ไม่ควรอยู่ในรายการ

Tracking หนึ่งเมื่อสองเดือนก่อน ลงท้ายด้วย 4444 เหมือนกัน

ช่องผู้ส่งคือชื่อคนแปลกหน้า
แต่ช่องผู้รับ…

เป็นชื่อของเขาเอง

ชื่อจริง นามสกุลจริง
ที่อยู่เป็นห้องเช่าเล็กๆ ที่เขาอยู่คนเดียว

ก้องขยับตัวบนเก้าอี้ เหมือนจู่ๆ พนักเก้าอี้แข็งขึ้นกว่าเดิม มือจับเมาส์แน่นจนเริ่มชา เขาคลิกเข้าไปดูรายละเอียด

ระบบระบุว่าเป็นพัสดุส่งจากสาขาในอีกจังหวัดหนึ่ง น้ำหนักไม่ถึงกิโล กรอกข้อมูลโดยพนักงานคนละคน

วันที่รับของคือช่วงที่เขาไม่เคยไปรับอะไรเลย จำได้แน่ เพราะช่วงนั้นเขาแทบไม่ได้ออกไปไหนนอกจากมาทำงานแล้วกลับห้อง

สถานะสุดท้ายของรายการนี้คือ

“อยู่ระหว่างการขนส่ง”

ไม่มีบันทึกเข้าคลัง
ไม่มีว่าจัดส่งสำเร็จ
ไม่มีแม้แต่หมายเหตุว่า “ติดต่อผู้รับไม่ได้”

ราวกับกล่องที่ควรจะเดินทางมาหาเขา “ออกจากต้นทางแล้วหายไปกลางทาง” เหมือนหลายเคสที่เขาเคยเห็น แต่หนนี้ ปลายทางคือเขาเอง

สายตาก้องเลื่อนไปที่เลขสี่ตัวท้ายอีกครั้ง

4444

เขารู้สึกได้ถึงเสียงหัวใจตัวเอง
ดังแข่งกับเสียงพัดลมคอมฯ

คิ้วเขาขมวดโดยไม่รู้ตัว พยายามนึกว่าเคยไปให้ที่อยู่ตัวเองกับใคร เคยสั่งของอะไรแปลกๆ ไหม แต่ยิ่งคิดก็ยิ่งแน่ใจว่าช่วงนั้นไม่มี

ความคิดหนึ่งผุดขึ้นมาในหัวอย่างช้าๆ

ถ้าสมมติว่าเลข 4444 มักผูกกับ “อะไรบางอย่างที่เกิดขึ้นกับเจ้าของปลายทาง” จนของไม่ถึงมือจริงๆ แล้วรายการที่ปลายทางเป็นชื่อเขาเองแปลว่าอะไร

มันหมายถึง “อะไรบางอย่าง” นั้นออกเดินทางมาแล้ว
เพื่อมาหาเขา

และตอนนี้…

มันเพียงแค่ “อยู่ระหว่างการขนส่ง”


เมื่อระบบไม่ใช่แค่ตัวหนังสือบนหน้าจอ

ก้องหันไปมองกระจกหน้าร้านอัตโนมัติ ภาพสะท้อนรางๆ ทับกับความมืดด้านนอก ทำให้เขาเห็นหน้าตัวเองซ้อนอยู่กับเงาสีดำของซอยที่เงียบเกินไป

เสี้ยววินาทีที่เขาจ้องออกไป เขากลับรู้สึกเหมือนเห็น “รูปร่าง” บางอย่างยืนอยู่เลยขอบถนนด้านตรงข้าม แต่มันพร่าเกินกว่าจะระบุว่าเป็นคนจริง หรือเป็นแค่ต้นไม้กับเสาไฟ

เขาก้มกลับมามองหน้าจอเร็วเกินไป จนเก้าอี้ส่าย เสียงนาฬิกายังคงดังติ๊กๆ

ในช่องเล็กๆ ด้านล่างของระบบ มีปุ่ม “ยกเลิกพัสดุ” สำหรับกรณีที่ลูกค้ากรอกรายละเอียดผิดหรือร้านต้องการลบรายการที่ไม่ควรอยู่ในระบบ

นิ้วของก้องเลื่อนไปหยุดเหนือปุ่มนั้น

เขารู้ดีว่าแค่คลิกเดียว รายการที่มีชื่อเขาเป็นผู้รับก็จะหายไปจากหน้าจอ เหลือเพียงเลขลอยๆ ที่ไม่มีใครผูกกับเหตุการณ์อะไรได้อีก

แต่สมองอีกส่วนหนึ่งกลับถามว่า

ถ้าเขายกเลิกรายการนี้ในระบบจริงๆ

“สิ่งที่กำลังเดินทาง” จะถูกยกเลิกด้วยหรือเปล่า

หรือมันจะเดินทางต่อไปอยู่ดี เพียงแต่คราวนี้ไม่มีแม้แต่ระบบให้เตือนว่า “กำลังมา”

เสียงพัดลมเคสคอมฯ ดังขึ้นอย่างไม่มีเหตุผล เหมือนเครื่องร้อนจัด ทั้งที่ร้านไม่ได้ร้อนขนาดนั้นไฟนีออนด้านบนหัวกระพริบวูบหนึ่ง แสงทั้งร้านสั่นตามไปด้วย

เขาชะงักนิ้วกลางอากาศ ไม่กล้ากดลงไป

จู่ๆ กล่องข้อความเล็กๆ ก็เด้งขึ้นมามุมขวาล่างของหน้าจอ เป็นแจ้งเตือนจากระบบติดตามของบริษัท

“มีการอัปเดตสถานะใหม่สำหรับพัสดุปลายทาง: [ชื่อของเขา]”

เขาไม่ได้กดอะไรทั้งนั้น
ไม่ได้รีเฟรช
ไม่ได้สั่งให้ระบบเช็ก

แจ้งเตือนนั้นขึ้นมาเองราวกับมีคนอีกฝั่งกำลังกดส่งให้

ก้องเลื่อนสายตาลงไปอ่านข้อความสถานะล่าสุดที่เพิ่มเข้ามา

“กำลังนำส่ง / ออกจากศูนย์คัดแยกแล้ว”

เขาอ่านประโยคสั้นๆ นั้นซ้ำไปซ้ำมา สมองค่อยๆ เติมภาพตามคำว่า “ออกจากศูนย์คัดแยกแล้ว”

คืออะไรบางอย่าง
ที่เขาไม่รู้หน้าตา ไม่รู้ขนาด
กำลังถูกวางไว้บนรถคันหนึ่ง
และเริ่มเคลื่อนตัวออกจากจุดที่มันอยู่
มุ่งหน้าไปยังที่อยู่ที่ระบบระบุว่าเป็นของเขา

ห้องเช่าที่ตอนนี้ปิดไฟมืด ไม่มีใครอยู่ เพราะเจ้าของกำลังนั่งอยู่ที่ร้าน
จ้องดูตัวเองถูกระบุเป็น “ผู้รับพัสดุ” บนหน้าจอ

ในหัวเขามีเสียงหนึ่งดังขึ้นเงียบๆ

ไม่แน่… ผู้รับอาจไม่จำเป็นต้องอยู่ที่ห้องก็ได้

ขอแค่เจอ “ตัวจริง” ที่ไหนสักแห่งระหว่างทาง

คำว่า “ระหว่างการขนส่ง” สำหรับพัสดุ คือช่วงเวลาที่ไม่มีใครรู้แน่ชัดว่าของอยู่ที่ไหน
อาจอยู่บนรถ
อาจอยู่ในคลัง
หรืออาจจะ…

อยู่ใกล้กว่าที่คิด

ก้องรู้สึกเหมือนอากาศด้านหลังเคาน์เตอร์ขยับเล็กน้อย ทั้งที่ไม่มีลม ไม่มีเสียงเปิดประตูร้าน

แต่ความรู้สึกที่ถูก “อะไร” มองจากด้านหลังคอมพิวเตอร์ ทำให้เขาไม่กล้าขยับแม้แต่คอ

ในมุมจอสะท้อนใบหน้าของเขาเองบนพื้นหลังสีเทาของระบบรับพัสดุ
ใต้ภาพสะท้อนนั้น
มีเลข Tracking ที่ลงท้ายด้วย 4444

และตอนนี้…

ตัวเขาไม่ได้เป็นคนคีย์เลขนี้เข้าระบบ

เขาเป็นแค่ “ปลายทาง” ที่ถูกกำหนดไว้เรียบร้อยแล้วเท่านั้น




0 $type={blogger}:

แสดงความคิดเห็น

👻 ฟังเรื่องหลอน
✅ รองรับ PC & Mobile
พร้อมใช้งาน
ขับเคลื่อนโดย Blogger.

ผู้ติดตาม

สั่งกล่องพัสดุ 750 ส่งฟรี

✨ 750 ส่งฟรี ✨
โลโก้ ตุ้ยคุ้ยเรื่องหลอน

บทความ

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

**คนออนไลน์:** ...
ตุ้ยคุ้ยเรื่องหลอน: รวมเรื่องผี เรื่องเล่าสยองขวัญ และตำนานอาถรรพ์ © 2013 Published By Gooyaabi Templates Supported by Best Blogger Templates and Premium Blog Templates - Web Design