ลูกค้าประจำที่ไม่เคยพูด

ร้านรับส่งพัสดุของ “บอย” เป็นร้านเล็กๆ กลางชุมชนริมถนนใหญ่ ช่วงเย็นวันศุกร์เป็นเวลา busiest เพราะลูกค้าชอบมาส่งของก่อนวันหยุด สองปีที่เปิดร้านมา บอยจำหน้าลูกค้าประจำได้เกือบหมด แต่มีอยู่คนหนึ่ง… ที่เขาไม่มีวันลืม

ศุกร์ทุกสัปดาห์ คนเดิม กล่องเดิม

ชายชุดดำคนนั้นมาครั้งแรกเมื่อประมาณหกเดือนก่อน เย็นวันศุกร์ฝนพรำ เขาเปิดประตูเข้ามาเงียบๆ ใส่เสื้อเชิ้ตสีดำ แขนยาว กางเกงดำ รองเท้าไม่มีเสียงฝีเท้า หมวกแก๊ปดำกดปิดบังใบหน้า แถมยังใส่แมสก์สีดำอีกชั้น เหลือให้เห็นแค่ดวงตาที่แทบไม่สะท้อนอะไรเลย

ในมือเขาถือ “กล่องสีน้ำตาลขนาดกลาง” เทปใสพันรอบแน่น ไม่มีฉลาก ไม่มีตัวหนังสืออะไรทั้งนั้น เขาวางกล่องลงตรงหน้าเคาน์เตอร์ ยื่นบัตรประชาชนเก่าๆ ให้บอยดูแค่แวบเดียวเป็นข้อมูลกรอกระบบ ชื่อบนบัตรเลือนราง อ่านยากจนบอยจำไม่ได้แม้แต่ชื่อสกุล

ที่แปลกคือ ตั้งแต่เข้าร้านจนจ่ายเงินเสร็จ เขาไม่พูดแม้แต่คำเดียว

บอยถามทุกอย่างตามขั้นตอน
“ส่งไปไหนครับ”
ชายชุดดำหยิบกระดาษแผ่นเล็กยื่นให้ เป็นที่อยู่เขียนด้วยปากกาหมึกดำ ตัวบรรจงเรียบร้อย
“ของด้านในแตกง่ายไหมครับ ต้องติดสติกเกอร์ของเปราะบางไหม”
ชายคนนั้นส่ายหน้าเบาๆ
“ต้องการส่งด่วนพิเศษไหมครับ”
เขาเพียงหยิบธนบัตรพันบาทวางบนเคาน์เตอร์ กดนิ้วชี้ลงบนตัวหนังสือ “ส่งด่วน” บนแบบฟอร์มหนึ่งที

จ่ายเสร็จ เขายืนรอจนบอยแปะใบแทร็กกิ้งเรียบร้อย จากนั้นก็แค่พยักหน้าเล็กน้อยแล้วเดินออกจากร้าน ไม่พูด ไม่สบตา

ผ่านไปหนึ่งสัปดาห์ วันศุกร์เวลาใกล้เคียงกัน ชายชุดดำคนเดิมกลับมาอีก ถือกล่องขนาดเดิม น้ำหนักใกล้เคียงเดิม พฤติกรรมทุกอย่างเหมือนเดิม ต่างกันแค่ “ที่อยู่ผู้รับ” ที่เปลี่ยนเป็นบ้านอีกหลังหนึ่ง
ศุกร์ถัดมา… ก็มาอีก กล่องเท่าเดิม เงียบเท่าเดิม

หกเดือนผ่านไป บอยเริ่มชิน จนเพื่อนร่วมงานล้อกันว่า “ศุกร์นี้ลูกค้าผีจะมาไหม” เพราะไม่เคยเห็นใครเงียบ ไร้ตัวตน และตรงเวลาเป๊ะเหมือนคนนี้มาก่อน

กล่องที่หนักผิดจังหวะ

ทุกครั้งที่บอยยกกล่องของชายชุดดำ เขารู้สึกเหมือนมัน “หนักแปลกๆ” ไม่ได้หนักมาก แต่น้ำหนักจะเทมาทางด้านใดด้านหนึ่งราวกับของข้างในเรียงกันเป็นแท่งๆ ไม่กลิ้ง ไม่เคลื่อน ไม่กรุ๊งกริ๊งเหมือนของทั่วไป ไม่ว่าจะเผลอเอียงยังไง ของข้างในก็เหมือน “ฝังแน่น” อยู่ตำแหน่งเดิม

วันศุกร์หนึ่งต้นเดือน ร้านยุ่งผิดปกติ พัสดุกองเต็มเคาน์เตอร์ ทั้ง COD ทั้ง EMS ทั้งของลูกค้าประจำที่เอามาส่งทีละสิบกล่อง บอยวิ่งวุ่นสแกนกล่อง ไล่บาร์โค้ดจนมือชา ชายชุดดำก็โผล่มาตามเวลาเดิมเป๊ะ วางกล่องเดียวของเขาลงทั้งที่คนแน่นร้าน แล้วก็ยืนรอเงียบๆ เหมือนทุกครั้ง

บอยรับกล่องมาวางกองแยกด้านข้าง ตั้งใจจะใส่ข้อมูลทีหลัง พอหันไปสนใจลูกค้าคนอื่น กล่องของชายชุดดำก็ไปปนอยู่ในกองพัสดุหลายสิบใบ

ช่วงเกือบสองทุ่ม รถรับของรอบสุดท้ายมาจอดหน้า ร้านเริ่มเงียบลง บอยกับรุ่นน้องชื่อ “ต่าย” ช่วยกันขนกล่องขึ้นรถสายด่วน เหนื่อยจนเริ่มล้า มือก็เริ่มหลุดๆ เลอะๆ

ในจังหวะที่ต่ายกำลังยกพัสดุสามใบซ้อนกัน กล่องบนสุดที่มุมบุบเก่านิดหน่อยลื่นออกจากมือ ร่วงจากความสูงระดับอกลงกระแทกพื้นปูนหน้าโกดังเสียงดัง “ตุบ!”

น้ำหนักดูไม่มาก แต่เสียงที่ดังตามมาไม่ใช่เสียงของข้างในกล่องกระดาษธรรมดา มันดัง “กร็อบ!” แหลมสั้น คล้ายอะไรแข็งๆ หักหรือกระแทกกันแบบไม่ตั้งใจ

“เฮ้ย กล่องใครวะ” บอยหันขวับ

ต่ายหน้าเสีย “ของที่เป็นกล่องเก่าๆ เมื่อกี้อ่ะพี่ ลื่นมือ ขอโทษ…”

บอยเดินเข้าไปดู ใบแทร็กกิ้งที่มุมกล่องยังติดแน่น แต่ตัวกล่องบุบเพิ่มอีกเล็กน้อย พอพลิกดูก็เห็นลายมือที่อยู่ปลายทางที่คุ้นตา — ตัวหนังสือสีดำเขียนด้วยปากกาหมึกซึม เรียบร้อยเกินไป เป็นของชายชุดดำแน่นอน

“ของข้างในไม่ดังกรุ๊งกริ๊งเลยว่ะ เหมือนเมื่อกี้มีอะไรหัก” ต่ายกลืนน้ำลาย มองพื้น เศษฝุ่นกระดาษลอย แต่ไม่มีรอยแตกทะลุ

บอยเอียงกล่องเบามากๆ ลองฟังเสียง ข้างในเงียบสนิท ไม่มีการกระทบกันสักนิด ทั้งที่เมื่อกี้ตอนกระแทกพื้น ทุกคนได้ยินชัด

“ไม่เป็นไรหรอกมั้ง แค่บุบนิดเดียว ส่งต่อได้” บอยพยายามพูดทั้งที่ตัวเองก็ไม่มั่นใจ

เขายกกล่องขึ้นวางบนโต๊ะเพื่อสแกน แต่ในจังหวะนั้นเอง เขาเห็นของเหลวสีคล้ำๆ ซึมออกมาตรงมุมที่บุบ หยดหนึ่ง ทำเป็นจุดเล็กๆ บนพื้นปูน

ตอนแรกเขานึกว่าเป็นน้ำโค้กจากลังข้างๆ หกใส่ แต่พอก้มลงใกล้ๆ กลิ่นคาวจางๆ ก็ลอยเข้าจมูก

“เหม็นอะไรอ่ะพี่” ต่ายเอามือปิดจมูก

บอยรู้สึกเสียววูบไปถึงท้ายทอย เขาเอื้อมมือไปแตะคราบนั้นเบาๆ มันเหนียว ข้น แล้วก็เป็น “สีแดงคล้ำ” แบบที่เขาคุ้นจากข่าวอุบัติเหตุหน้าร้านเมื่อปีก่อน

มันคือ “เลือด”

กลิ่นเน่าที่เริ่มชัดขึ้น

บอยกับต่ายมองหน้ากัน ทั้งคู่หน้าเริ่มซีด “พี่ว่ามันเป็นอะไรได้อีกนอกจาก…” ต่ายพูดไม่จบ

“อย่าเพิ่งคิดมาก เดี๋ยวเราแค่เช็กของข้างในว่ามันคืออะไร ถ้าเป็นของสดผิดประเภทต้องแจ้งบริษัทอยู่แล้ว” บอยพยายามใช้เหตุผล

เขาเอากล่องไปวางบนโต๊ะด้านในสุด ตรงมุมที่กล้องวงจรปิดจับได้ชัด แล้วหยิบมือถือขึ้นมาถ่ายรูปสภาพกล่องเก็บไว้เป็นหลักฐาน ก่อนจะดึงถุงมือยางมาสวมสองชั้น เขาหยิบคัตเตอร์ กรีดเทปออกอย่างระมัดระวังที่สุด

ทันทีที่ปลายมีดแหวกผ่านชั้นเทปและกระดาษ กลิ่นคล้ายเนื้อสัตว์เก็บในตู้เย็นที่ดับหลายวันก็ปะทุออกมา ชื้น หนัก และเหม็นตุอย่างแรงจนทั้งบอยและต่ายต้องหันหน้าหนี

“โอ๊ย… เหม็นฉิบหาย…” ต่ายเกือบอ้วก

บอยเม้มปากแน่น กลั้นใจแหวกฝากล่องออก ค่อยๆ เปิดดูก้นกล่องด้านใน สิ่งแรกที่เขาเห็นคือ “สำลีสีขาว” ก้อนเล็กๆ วางเรียงกันเต็มกล่อง ชุ่มด้วยของเหลวสีคล้ำบางส่วน เหมือนถูกใช้ซับอะไรบางอย่างแล้วถูกใส่คืนลงไปในนี้

เขาหยิบแหนบโลหะมาหนีบสำลีออกทีละก้อน ใต้ชั้นสำลีลงไป… คือ “ถุงซิปล็อกใส” แถบรูดปิดแน่น แต่ด้านในมีของบางอย่างวางเรียงกัน

สิบชิ้นพอดี

ในตอนแรก สมองของบอยปฏิเสธข้อมูลที่ตาเห็น เขาพยายามตีความว่ามันคือไส้กรอก แหนบหมู หรืออะไรสักอย่างที่ใครเอามาขนส่งผิดประเภท แต่รูปทรงของแต่ละชิ้นกลับชัดเจนเกินไป

แต่ละชิ้นมีเล็บ มีข้อ มีเส้นลายผิวคนชัดเจน เพียงแต่สีซีดคล้ำ มีบางส่วนเริ่มเปื่อยยุ่ย

มันคือ “นิ้วมือมนุษย์” สิบนิ้ว

เรียงจากนิ้วหัวมือขวาไปจนถึงนิ้วก้อยมือซ้าย เหมือนถูกจัดเรียงอย่างตั้งใจ บางนิ้วยังมีเล็บที่ตัดเรียบร้อย บางนิ้วมีคราบดำใต้เล็บเหมือนคนที่ทำงานหนัก ที่ปลายนิ้วบางนิ้วมีรอยตัดเรียบสนิทคล้ายใช้เครื่องมือบางอย่างผ่า บางนิ้วกลับมีรอยฉีกขรุขระ เหมือนถูกบิดหรือดึงอย่างรุนแรง

“พะ… พี่… นั่นมัน…” ต่ายพูดไม่ออก เสียงสั่น

บอยรู้สึกโลกหมุน เขาเกาะขอบโต๊ะแน่น “ปิดมันก่อน!” เขารูดถุงซิปล็อกแน่นขึ้น แม้มันถูกปิดอยู่แล้ว แต่เป็นการทำอะไรบางอย่างกับมือให้ตัวเองรู้สึกว่าควบคุมได้

มือเขาสั่นจนถุงเกือบร่วง นิ้วหนึ่งในถุงกระแทกพลิก หันหน้าเล็บขึ้นมา ในจังหวะนั้นเอง เขาเห็นอะไรบางอย่างที่ทำให้ลมหายใจติดคอ

บนเล็บนิ้วกลางข้างหนึ่ง มี “ตัวอักษร” เล็กๆ ขูดด้วยของแหลมจารลงไปบนเล็บก่อนตัดออก ตัวหนังสือสั้นๆ เพียงสามพยางค์

“ช่ ว ย ด้ ว ย”

ตัวอักษรเบี้ยวๆ เหมือนถูกเขียนด้วยมือที่สั่น และจารตอนเจ็บปวดสุดขีด

นิ้วที่ขาดไป กับชื่อที่ซ้ำทุกกล่อง

บอยกดโทรแจ้งตำรวจทั้งมือสั่น เล่าเหตุการณ์เท่าที่พอจะเรียบเรียงได้ ตำรวจสั่งให้เขาเก็บสภาพทุกอย่างไว้ ไม่แตะต้องเพิ่ม ทีมพิสูจน์หลักฐานจะเข้ามาทันทีที่พร้อม

ระหว่างรอ บอยกับต่ายนั่งเงียบ อยู่ห่างจากกล่องเท่าที่จะทำได้ ใจเต้นแรงจนแทบจะได้ยินเสียงกันและกัน

“พี่…” ต่ายเอ่ยขึ้นเบาๆ “กล่องนี้มันมาทุกศุกร์เลยใช่ไหม”

บอยพยักหน้า “อืม คนเดียวกัน กล่องขนาดเท่าเดิม น้ำหนักใกล้เคียงกัน ที่อยู่ผู้รับเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ทุกครั้ง”

“แล้ว… ถ้าแต่ละกล่องมีนิ้วแบบนี้อยู่ข้างในด้วย…” ต่ายกลืนน้ำลาย “แปลว่า ตอนนี้มีคน… ที่กำลังโดนตัดนิ้วทุกสัปดาห์?”

บอยเม้มปาก เขานึกถึงรายชื่อที่อยู่ปลายทางในระบบทุกศุกร์ที่ผ่านมา ส่วนใหญ่เป็นบ้านธรรมดาในเขตชานเมือง ชื่อคนไม่มีอะไรโดดเด่น เขาเคยคุยเล่นกับต่ายด้วยซ้ำว่า “อ้าว คนนี้ก็ส่งให้คนละแวกเดียวกันอีกแล้ว”

อยู่ดีๆ จิ๊กซอว์ก็เริ่มประกอบกัน

ชายชุดดำ — กล่องทุกศุกร์ — น้ำหนักคงที่ — ที่อยู่เปลี่ยนทุกครั้ง — และตอนนี้คือ “นิ้วมือสิบชิ้น” ที่ดูเหมือนมาจากมือเดียวกัน แต่คนละช่วงเวลา เพราะระดับการเน่าไม่เท่ากัน

เหมือนมีใครกำลัง “ส่งความคืบหน้าการทรมาน” ไปให้คนปลายทางชุดหนึ่ง ตามรายชื่อที่วางแผนไว้แล้ว

“พี่ บอยลองเปิดดูชื่อผู้รับของกล่องวันนี้ดิ ว่าเป็นใคร อยู่ไหน” ต่ายเอ่ย

บอยลุกขึ้นเดินไปที่คอมหน้าเคาน์เตอร์ มือยังสั่น เขาค้นเลขแทร็กกิ้งของกล่องในระบบ รายชื่อผู้รับขึ้นมาอย่างรวดเร็ว

ชื่อผู้รับในวันนี้คือ “เกรียงไกร …” ตามด้วยนามสกุลที่คุ้นตาอย่างประหลาด ที่อยู่เป็นบ้านหลังหนึ่งในเขตเดียวกับร้าน บอยอ่านชื่อซ้ำอีกครั้ง ก่อนหันไปมองต่ายช้าๆ

นามสกุลนั้น… เหมือนกับนามสกุลของ “ต่าย”

“เดี๋ยวนะพี่ นั่นนามสกุลผมนี่หว่า” ต่ายหัวเราะฝืดๆ “โห บังเอิญป่ะเนี่ย คนชื่อซ้ำ นามสกุลซ้ำมีเยอะแยะ…”

แต่ช่อง “หมายเหตุ” ใต้ชื่อตัวเล็กๆ นั้น ทำให้เสียงหัวเราะของต่ายค่อยๆ หายไป

ระบบขึ้นข้อความว่า
“เกรียงไกร … (บิดา) – ส่งถึงผ่านคนกลาง – ห้ามตีกลับ”

ต่ายหน้าซีด “พ่อผมชื่อเกรียงไกร… อยู่ซอยนี้จริงๆ” เสียงเขาเริ่มสั่น “แต่พ่อไม่ได้สั่งของอะไรนี่หว่า พ่อไม่เล่นออนไลน์ด้วยซ้ำ”

บอยขนลุกทั้งตัว “แล้ว… ตลอดหกเดือนที่ผ่านมา ชื่อผู้รับที่เปลี่ยนไปเรื่อยๆ… ถ้าไม่ใช่ลูกค้าธรรมดา แต่เป็น ‘คนที่เกี่ยวข้องกับใครสักคน’ ที่กำลังโดนทรมานอยู่…”

ภาพเล็บที่ถูกจารคำว่า “ช่วยด้วย” ผุดขึ้นมาในหัวทันที

ลูกค้าประจำที่ไม่มีหน้าในกล้อง

ตำรวจมาถึงในเวลาไม่นาน ห้องเก็บของถูกกันเป็นพื้นที่ตรวจสอบ นิ้วทั้งสิบถูกตรวจ แยกอย่างเป็นระบบ จากผลเบื้องต้น เลือดและเนื้อเยื่อเป็นของมนุษย์จริง ไม่มีการดอง ไม่มีสารกันเน่า มีเพียงความเย็นของคืนที่ผ่านมาเท่านั้นที่ช่วยชะลอการเน่าบ้างเล็กน้อย

“จำนวนชิ้นกับสภาพเน่า ดูแล้วไม่ใช่ศพเก่า” เจ้าหน้าที่นิติเวชคนหนึ่งบ่นเบาๆ “นี่คือคนที่ยังไม่ตาย หรือเพิ่งถูกตัดไม่นาน”

สารวัตรเรียกบอยไปสอบสวนอย่างละเอียด “ชายชุดดำที่คุณพูดถึง มาทุกวันศุกร์ เวลาใกล้เคียงกัน ส่งกล่องขนาดเดิมทุกครั้ง?”

“ครับ…”

“มีภาพกล้องวงจรปิดไหม”

“มีครับ กล้องหน้าร้านชัดมาก”

พวกเขารีบเปิดดูย้อนหลังไปทุกวันศุกร์ที่กล่องประเภทนี้เข้าร้าน ย้อนตั้งแต่หลายเดือนก่อน ภาพในจอแสดงหน้าร้านเดิม โต๊ะเดิม เคาน์เตอร์เดิม บอยกับต่ายยืนทำงาน รับกล่องจากลูกค้าปกติทีละคน

แต่ในทุกช่วงเวลาที่บอยจำได้ว่า ชายชุดดำเดินเข้ามา… ภาพในกล้องกลับมีแค่ “กล่อง” ใบหนึ่งที่ “ลอยเข้ามาวางบนเคาน์เตอร์” เอง

ไม่มีคน ไม่มีเงา ไม่มีภาพของชายคนใดใส่ชุดดำกลบหน้าตา
มีเพียงบอย ที่กำลังพูดคุยกับอากาศว่างเปล่า รับกระดาษที่ลอยเองขึ้นลงในเฟรม และมองไปที่ตำแหน่งที่ควรจะเป็นใบหน้าของลูกค้า

ในบางเฟรม เห็นบอยยื่นมือไปข้างหน้าเหมือนกำลังรับเงิน แต่ในภาพ กลับไม่มีธนบัตร มีแค่มือของบอยค้างอยู่กลางอากาศ ก่อนจะเก็บลงลิ้นชักเงินเหมือนมีอะไรบางอย่างอยู่ในมือ

ต่ายยืนดูจอแล้วขนหัวลุก “พี่… พวกเราทำงานกับใครมาตลอดครึ่งปีวะ”

สารวัตรนิ่งไปนาน ก่อนพูดเสียงต่ำ “โทรแจ้งทุกคนในรายชื่อผู้รับที่เกี่ยวข้องกับกล่องชุดนี้ให้หมด ประสานงานให้พวกเขามาที่สถานี หรืออย่างน้อยต้องมีคนไปเฝ้าไว้”

บอยหันไปมองกล่องที่ตอนนี้ถูกเก็บหลักฐานเรียบร้อย แต่ในหัวเขาไม่หยุดคิดถึงสิ่งหนึ่ง

นิ้วสิบชิ้นในถุงซิปล็อก… มันครบมือเดียว
แล้วกล่องที่ผ่านมือเขามาตลอดหกเดือน… ทุกกล่องมีน้ำหนักใกล้เคียงกันเหมือนกันหมด

ถ้ากล่องวันนี้คือ “นิ้วชุดสุดท้าย”
กล่องก่อนหน้า… จะเป็นอะไรบ้าง

นิ้วมือมือเดียวมีสิบ แต่คนเรามีนิ้วเท้าด้วย
และยังมีชิ้นส่วนอื่นๆ… ที่ยังไม่ได้ตัด

ศุกร์ถัดไป ที่ห้ามมองข้าม

ตำรวจเก็บหลักฐานกลับไป บอยปิดร้านเร็วกว่าปกติวันนั้น สมองเต็มไปด้วยภาพเล็บที่มีคำว่า “ช่วยด้วย” ปรากฏขึ้น เขานอนแทบไม่หลับ เสียงลากนิ้วกับผิวกล่องกระดาษยังดังอยู่ในหัว ทั้งคืนรู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างเคาะประตูเหล็กด้านหน้า “ทีละจังหวะ” เบาๆ

เช้าวันรุ่งขึ้น ข่าวในท้องถิ่นเริ่มแชร์ข่าวลือเรื่อง “พัสดุนิ้วขาด” แต่ไม่มีรายละเอียดมาก ตำรวจยังปิดข่าวไว้ บอยถูกห้ามพูดอะไรมากกว่าที่จำเป็น

หลายวันผ่านไปไวเหมือนหายใจ ครั้งแรกในชีวิตที่เขา “กลัววันศุกร์” จะมาถึง

วันพฤหัสฯ เย็น สารวัตรโทรมาเช็ค “ศุกร์นี้ร้านคุณเปิดตามปกติไหม”
“ครับ…” บอยตอบ ทั้งที่ใจไม่อยากยืนยันเลย
“แนะนำให้ติดกล้องเพิ่ม ถ้าเป็นไปได้ ให้เปิดไมค์บันทึกเสียงด้วย”
“ตำรวจจะมาดักไหมครับ”
“ไม่แน่ใจว่า… คนที่คุณเจอ จะอยู่ในขอบเขตที่ ‘ดัก’ ได้หรือเปล่า” สารวัตรตอบเสียงแห้ง “แต่ถ้ากล่องใบใหม่มา… พยายามอย่าเปิดเองเหมือนคราวนี้ เราจะพยายามมาทันที”

คืนวันพฤหัสฯ ผ่านไป

วันศุกร์มาถึงเร็วกว่าที่ใจบอยพร้อม ร้านเงียบผิดปกติ ลูกค้าประจำหลายคนอ้างติดธุระ บางคนแซวว่ากลัว “นิ้ว” โผล่มาอีก เขาหัวเราะฝืดๆ กลับไปตามมารยาท แล้วก็นับเวลาจนเข็มนาฬิกาเริ่มเข้าใกล้เวลาประจำของชายชุดดำ

หกโมงเย็น ฝนตั้งเค้า เมฆทึบ บรรยากาศเหมือนวันแรกที่ชายชุดดำโผล่มา

หกโมงสิบห้า นาทีที่เขามักจะเดินเข้าร้าน
ไม่มีใคร
มีแต่เสียงลมพัดป้ายหน้าร้านกระทบกัน

หกโมงยี่สิบ บอยเริ่มคิดว่าอาจไม่มีอะไรเกิดขึ้นในวันนี้แล้ว เขากำลังจะถอนหายใจโล่งอก มือเอื้อมไปปิดคีย์บอร์ด ระบบสแกน ก็กริ๊ง… เสียงกระดิ่งประตูดัง ทั้งที่ไม่มีใครมองเห็นว่าประตูถูกดึงเปิด

ช่องว่างใต้ประตูมีลมเย็นวูบเข้ามา กลิ่นชื้นของถนนฝนเปียกพุ่งเข้าจมูก แต่ไม่มีเงา ไม่มีร่างคน

ทว่า “กล่องสีน้ำตาลขนาดเท่าเดิม” กลับวางอยู่บนเคาน์เตอร์เงียบๆ เหมือนมันอยู่ตรงนั้นมาตลอด

ไม่มีเสียงฝีเท้า
ไม่มีการขยับของกล้องวงจรปิดตรงมุมเงาสะท้อน
มีแต่กล่อง… กับใบแทร็กกิ้งที่พิมพ์จากระบบเอง ช้าๆ

บอยมองตัวเลขที่เครื่องปริ้นต์คายออกมา ทีละบรรทัด ช่องชื่อผู้ส่งขึ้นว่า “—” ช่องชื่อผู้รับขึ้นทีหลังในตัวหนังสือคมชัด

“เกรียงไกร …”

หมายเหตุใต้ชื่อผู้รับ เขียนว่า
“จัดส่งผ่านตัวแทน (บอย) – ห้ามปฏิเสธ – ห้ามตีกลับ”

และในช่องสุดท้ายของแบบฟอร์ม ที่ปกติใช้ใส่ยอดเก็บเงินปลายทาง กลับไม่มีตัวเลข แต่มีคำสั้นๆ เพียงสองคำ

“ชดใช้ แทน”

บอยมองกล่อง เงียบไปนาน เสียงตัวเองเต้นดังกลบเสียงฝน เขารู้ว่าตำรวจบอกให้ “อย่าเปิด”
แต่ครั้งนี้… เขาไม่ได้กลัวแค่ของข้างใน
เขากลัวว่าถ้าไม่ทำอะไรเลย กล่องเหล่านี้จะเดินทางไปยังคนอื่นต่อ — เหมือนที่มันทำมาตลอดครึ่งปี

สำหรับลูกค้าประจำที่ไม่เคยพูดคนนั้น บอยเริ่มเข้าใจแล้วว่า เขามา “ส่ง” อะไรจริงๆ
เขามาแบ่งภาระ “ชดใช้” ให้กระจายออกไปทีละบ้าน ทีละชื่อ
ทีละนิ้ว ทีละชิ้น

และในที่สุด… ก็วนกลับมาที่คนหน้าร้าน
คนที่คิดมาตลอดว่า ตัวเองแค่ “รับส่งของ” ให้เขาเท่านั้น.

0 $type={blogger}:

แสดงความคิดเห็น

👻 ฟังเรื่องหลอน
✅ รองรับ PC & Mobile
พร้อมใช้งาน
ขับเคลื่อนโดย Blogger.

ผู้ติดตาม

สั่งกล่องพัสดุ 750 ส่งฟรี

✨ 750 ส่งฟรี ✨
โลโก้ ตุ้ยคุ้ยเรื่องหลอน

บทความ

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

**คนออนไลน์:** ...
ตุ้ยคุ้ยเรื่องหลอน: รวมเรื่องผี เรื่องเล่าสยองขวัญ และตำนานอาถรรพ์ © 2013 Published By Gooyaabi Templates Supported by Best Blogger Templates and Premium Blog Templates - Web Design