คดีฆาตกรรมบางคดีเกิดขึ้นอย่างโหดเหี้ยม บางคดีมีแรงจูงใจที่ซับซ้อน แต่มีคดีหนึ่งที่ทำให้นักสืบและเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกคนที่เกี่ยวข้องต้องสะดุ้งกลัว นั่นคือคดีที่ศพถูกซ่อนอย่างแนบเนียน และถ้าไม่มีหมอผีคนหนึ่งมาชี้จุด คดีนี้อาจจะไม่มีวันถูกเปิดเผย
วันนี้ผมจะพาทุกคนไปสัมผัสกับคดีดังที่เรียกว่า
"คดีถังแดง" คดีฆาตกรรมที่มีการอำพรางศพอย่างโหดเหี้ยม
และที่น่าสนใจที่สุดคือการสืบสวนที่ผสมผสานระหว่างวิทยาศาสตร์กับความเชื่อเรื่องวิญญาณ
นี่คือเรื่องราวที่เกิดขึ้นจริง เรื่องราวที่ทำให้เราต้องตั้งคำถามว่า
บางครั้งความจริงนั้นอยู่ที่ไหน และใครคือคนที่จะพาเราไปหามัน
เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อห้าปีก่อน
ในจังหวัดหนึ่งภาคกลางตอนล่าง มีชายคนหนึ่งชื่อนายสมชาย อายุสี่สิบห้าปี
เป็นเจ้าของโรงงานขนาดกลางที่ผลิตชิ้นส่วนพลาสติก เขามีภรรยาชื่อนางสาวพิมพ์ใจ
อายุสามสิบเก้าปี ทั้งคู่แต่งงานกันมาสิบสองปี มีลูกสาวคนหนึ่งอายุสิบขวบ
ในสายตาของคนรอบข้าง
นายสมชายและนางสาวพิมพ์ใจเป็นคู่สามีภรรยาที่อบอุ่น ประสบความสำเร็จในการทำงาน
มีฐานะดี และดูเหมือนจะมีความสุข
แต่ความจริงที่อยู่เบื้องหลังประตูบ้านนั้นกลับตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง
นายสมชายเป็นคนที่มีปัญหาเรื่องการพนัน เขาติดการพนันหนัก
ทั้งไพ่ ม้า และหวย เขาใช้เงินจากบริษัทไปเล่นการพนัน และเมื่อแพ้
เขาก็กู้เงินนอกระบบมาเล่นต่อ หนี้สินสะสมขึ้นเรื่อยๆ
จนถึงจุดที่เขาไม่สามารถควบคุมได้อีกต่อไป
นางสาวพิมพ์ใจรู้เรื่องนี้ เธอพยายามห้ามเขา พยายามช่วยเขา
แต่นายสมชายไม่ฟัง กลับยิ่งโกรธและใช้ความรุนแรงกับเธอ เธอทนอยู่ เพราะคิดถึงลูก
คิดถึงครอบครัว และหวังว่าสักวันหนึ่งสามีของเธอจะเปลี่ยนแปลง
แต่สิ่งที่เธอไม่รู้คือ นายสมชายกำลังวางแผนอะไรบางอย่าง
บางอย่างที่โหดร้ายและน่ากลัว
ในเดือนพฤษภาคมของปีนั้น นางสาวพิมพ์ใจหายตัวไป
ครอบครัวของเธอโทรหาแต่ไม่มีใครรับสาย ไปที่บ้านก็ไม่พบตัว
นายสมชายบอกว่าเธอบอกว่าจะไปเที่ยวกับเพื่อน แต่เธอไม่กลับมา เขาแสดงอาการกังวล
โทรแจ้งความกับตำรวจ และร้องขอให้ตามหาภรรยาของเขา
ตำรวจเริ่มสืบสวน พวกเขาสอบถามเพื่อนของนางสาวพิมพ์ใจ
ตรวจสอบบันทึกการโทร ตรวจสอบบัตรเครดิต แต่ไม่พบอะไรเลย
ดูเหมือนว่านางสาวพิมพ์ใจหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย
โทรศัพท์ของเธอปิดอยู่ตั้งแต่วันที่หายตัว ไม่มีการใช้บัตรเครดิต
ไม่มีใครเห็นเธอไปที่ไหน
ทีมสืบสวนเริ่มสงสัยนายสมชาย พวกเขาสัมภาษณ์เขาหลายครั้ง
ถามคำถามซ้ำแล้วซ้ำอีก สังเกตพฤติกรรมของเขา
และพวกเขารู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง เขาดูกังวล
แต่ความกังวลนั้นไม่ได้มาจากความห่วงใยภรรยา
มันเหมือนความกลัวที่ความจริงจะถูกเปิดเผย
พวกเขาขออนุญาตตรวจค้นบ้านของนายสมชาย และเขาอนุญาต
ทีมนิติเวชเข้าไปตรวจสอบทุกมุมของบ้าน พวกเขาใช้สารเคมีตรวจหาคราบเลือด
ตรวจสอบพื้นที่อาจจะมีการทำความสะอาดมากกว่าปกติ แต่ก็ไม่พบอะไร บ้านสะอาด
ไม่มีร่องรอยของการต่อสู้ ไม่มีคราบเลือด ไม่มีอะไรที่น่าสงสัย
พวกเขาตรวจสอบโรงงานของนายสมชาย ตรวจสอบรถของเขา
ตรวจสอบทุกที่ที่เขาไปมา แต่ก็ยังไม่พบอะไร นางสาวพิมพ์ใจหายตัวไปอย่างสมบูรณ์
ราวกับว่าเธอไม่เคยมีตัวตนอยู่บนโลกใบนี้เลย
เวลาผ่านไปสามเดือน คดีเริ่มเย็นชา ไม่มีเบาะแสใหม่
ตำรวจเริ่มคิดว่านางสาวพิมพ์ใจอาจจะหนีไปเอง
อาจจะไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่ไหนสักแห่ง แม้ว่ามันจะไม่สมเหตุสมผลนัก เพราะเธอมีลูก
มีแม่ที่เธอรัก และไม่มีเหตุผลที่เธอจะทิ้งทุกอย่างไป
แม่ของนางสาวพิมพ์ใจไม่เชื่อว่าลูกสาวของเธอจะหนีไป
เธอรู้ว่าต้องมีอะไรบางอย่างเกิดขึ้น เธอเชื่อว่าลูกสาวของเธอถูกทำร้าย
และเธอเชื่อว่านายสมชายรู้อะไรบางอย่าง เธอพยายามผลักดันให้ตำรวจสืบสวนต่อ
แต่ด้วยการที่ไม่มีหลักฐาน ตำรวจก็ทำอะไรไม่ได้มากนัก
แม่ของนางสาวพิมพ์ใจชื่อ คุณวิภา อายุหกสิบสี่ปี
เป็นคนที่มีความเชื่อเรื่องวิญญาณและสิ่งเหนือธรรมชาติ
เมื่อเธอเห็นว่าตำรวจไม่สามารถหาลูกสาวของเธอได้ เธอจึงตัดสินใจไปหาหมอผี
หวังว่าจะได้เบาะแสอะไรบางอย่าง
หมอผีที่เธอไปหาชื่อหลวงปู่สมบูรณ์
เป็นหมอผีที่มีชื่อเสียงในจังหวัดนั้น ผู้คนเชื่อว่าเขามีพลัง
มีความสามารถในการติดต่อกับวิญญาณ และสามารถหาของหายได้
คุณวิภาเล่าเรื่องลูกสาวของเธอให้หลวงปู่สมบูรณ์ฟัง
บอกว่าเธอหายตัวไปแล้วหลายเดือน ตำรวจหาไม่เจอ
หลวงปู่สมบูรณ์นั่งเงียบไป ปิดตา สวดคาถาเบาๆ
แล้วเขาก็เปิดตาและพูดด้วยเสียงที่หนักแน่น "ลูกสาวของคุณตายแล้ว ถูกฆ่า
ศพถูกซ่อนไว้ในที่ที่ไม่มีใครคาดคิด ในภาชนะสีแดง
ที่ไม่ไกลจากบ้านของเธอเท่าไหร่"
คุณวิภาตกใจ น้ำตาไหลออกมา เธอไม่อยากเชื่อ แต่ในใจลึกๆ
เธอรู้ว่าลูกสาวของเธอคงจะไม่มีชีวิตอยู่แล้ว เธอถามหลวงปู่ว่า "ที่ไหนครับ
ศพอยู่ที่ไหน"
หลวงปู่สมบูรณ์พูดว่า "ไปหาที่โรงงาน
ในโกดังที่เก็บของเก่า มีถังสีแดงหลายถัง ศพอยู่ในถังหนึ่ง ถังที่มีรอยน้ำมันดำๆ
อยู่ด้านข้าง"
คุณวิภารีบไปแจ้งตำรวจ เธอเล่าให้สารวัตรที่รับผิดชอบคดีฟัง
สารวัตรคนนั้นชื่อ สารวัตรวิชัย เขาเป็นคนที่ไม่ค่อยเชื่อเรื่องเหล่านี้
แต่เนื่องจากคดีไม่มีความคืบหน้า และเขาก็อยากปิดคดีนี้ให้ได้
เขาจึงตัดสินใจที่จะตรวจสอบตามที่หมอผีบอก
เขานำทีมไปที่โรงงานของนายสมชาย
นายสมชายประหลาดใจที่ตำรวจกลับมาอีก เขาถามว่ามีอะไร
สารวัตรวิชัยบอกว่าต้องการตรวจสอบโกดังที่เก็บของเก่า นายสมชายดูกังวล
แต่เขาก็ไม่สามารถปฏิเสธได้ เขานำทีมไปที่โกดัง
โกดังเก็บของเก่าอยู่ด้านหลังโรงงาน
เป็นอาคารขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยเครื่องจักรเก่า แม่พิมพ์เก่า และของเหลือใช้ต่างๆ
ทีมเข้าไปตรวจค้น และในมุมหนึ่งของโกดัง พวกเขาพบถังสีแดงหลายถัง
ถังพลาสติกขนาดใหญ่ที่ใช้เก็บสารเคมีหรือวัตถุดิบ
สารวัตรวิชัยสังเกตดูถังทีละใบ
แล้วเขาก็เห็นถังหนึ่งที่มีรอยน้ำมันดำๆ อยู่ด้านข้าง
เหมือนกับที่หลวงปู่สมบูรณ์บอก เขาชี้ไปที่ถังนั้นและบอกให้เจ้าหน้าที่เปิดมัน
นายสมชายเริ่มกังวล เหงื่อออกเต็มหน้าผาก เขาพูดว่า
"ในนั้นมีแค่น้ำมันเครื่องเก่าๆ ไม่มีอะไร" แต่สารวัตรวิชัยไม่ฟัง
เขาสั่งให้เปิด
เจ้าหน้าที่เปิดฝาถัง และทันทีที่ฝาเปิดออก
กลิ่นเหม็นฉุนพุ่งออกมา กลิ่นที่ทำให้ทุกคนต้องถอยหลังและปิดจมูก
กลิ่นของการเน่าเปื่อย ผสมกับกลิ่นน้ำมันและสารเคมี
สารวัตรวิชัยมองเข้าไปในถัง
สิ่งที่เขาเห็นทำให้เขาต้องหันหน้าหนี ภายในถังมีถุงพลาสติกสีดำใหญ่
ถูกผูกมัดไว้แน่นหนา และรูปทรงของถุงนั้นชัดเจนว่าเป็นศพ
ทีมนิติเวชถูกเรียกมา พวกเขานำถุงออกจากถังอย่างระมัดระวัง
เปิดถุง และพบศพของผู้หญิงคนหนึ่ง ศพที่เน่าเปื่อยไปมาก
แทบจะไม่สามารถระบุตัวตนได้ แต่จากเสื้อผ้าและเครื่องประดับที่เหลืออยู่
ครอบครัวของนางสาวพิมพ์ใจยืนยันว่านั่นคือเธอ
นายสมชายถูกจับกุมทันที เขาปฏิเสธข้อกล่าวหา
บอกว่าเขาไม่รู้ว่าทำไมศพจึงอยู่ที่นั่น
เขาบอกว่าอาจจะมีคนอื่นฆ่าและนำมาซ่อนที่นี่ แต่ตำรวจไม่เชื่อ
พวกเขาเริ่มสืบสวนอย่างจริงจัง
หลังจากถูกสอบสวนติดต่อกันหลายชั่วโมง
นายสมชายก็ยอมสารภาพในที่สุด เขาบอกว่าเขาฆ่านางสาวพิมพ์ใจ
ฆ่าเธอเพราะเธอขู่ว่าจะฟ้องหย่า จะแบ่งทรัพย์สินครึ่งหนึ่ง และจะเอาลูกไป
เขาไม่ต้องการให้เธอได้ทรัพย์สิน
เพราะเขาต้องการเงินเพื่อใช้หนี้การพนัน และเขาคิดว่าถ้าเธอตาย
เขาจะได้เงินจากประกันชีวิตของเธอ และจะได้ทรัพย์สินทั้งหมด
เขาวางแผนมาอย่างดี ในคืนนั้น เขาทะเลาะกับเธอ
แล้วเขาก็ใช้หมอนกดหน้าเธอจนหมดใจ หลังจากนั้นเขานำศพใส่ถุงพลาสติกใหญ่
ผูกมัดไว้แน่นหนา แล้วนำไปซ่อนในถังสีแดงที่โรงงาน เขาเทน้ำมันเครื่องเก่าๆ
ใส่เต็มถัง คิดว่ามันจะช่วยปิดกลิ่นและเร่งการสลายตัว
เขาทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น แจ้งความว่าภรรยาหาย แสดงความกังวล
และรอให้เวลาผ่านไป รอให้คดีเย็นชา
แล้วเขาจะเริ่มต้นชีวิตใหม่ด้วยเงินจากประกันชีวิตและทรัพย์สินที่เขาได้มา
แต่สิ่งที่เขาไม่คาดคิดคือ หมอผีจะมาชี้จุดศพ
สิ่งที่เขาไม่คาดคิดคือ แม้เขาจะซ่อนศพได้อย่างดี แต่ความจริงก็ยังถูกเปิดเผย
ไม่ใช่ด้วยวิทยาศาสตร์หรือเทคโนโลยี แต่ด้วยสิ่งที่เขาไม่เชื่อ ด้วยพลังของวิญญาณ
ด้วยความรักของแม่ที่ไม่ยอมแพ้
คดีนี้สร้างความฮือฮาในสังคม
ผู้คนพูดถึงหมอผีที่สามารถชี้จุดศพได้
ผู้คนพูดถึงความสามารถพิเศษที่อยู่เหนือธรรมชาติ แต่ที่สำคัญกว่านั้น
ผู้คนพูดถึงความโหดร้ายของนายสมชาย ผู้ชายที่ฆ่าภรรยาของตัวเองเพื่อเงิน
สารวัตรวิชัยบอกว่า ตลอดชีวิตการทำงานของเขา
นี่เป็นครั้งแรกที่เขาต้องใช้ข้อมูลจากหมอผีในการสืบสวน และเขายอมรับว่า
ถ้าไม่มีหลวงปู่สมบูรณ์ คดีนี้อาจจะไม่มีวันถูกแก้ไข เพราะพวกเขาไม่มีเบาะแสใดๆ
เลย
เขาบอกว่า หลังจากเหตุการณ์นั้น เขาเริ่มเปิดใจมากขึ้น
เริ่มยอมรับว่าโลกนี้มีอะไรมากกว่าที่เราเห็น
มีบางสิ่งที่วิทยาศาสตร์ไม่สามารถอธิบายได้
และบางครั้งเราต้องใช้ทุกวิธีที่เป็นไปได้ในการหาความจริง
หลวงปู่สมบูรณ์ถูกถามว่าเขารู้ได้อย่างไร เขาบอกว่า
เมื่อคุณวิภามาหาเขา เขารู้สึกได้ว่ามีวิญญาณของผู้หญิงคนหนึ่งตามมาด้วย
วิญญาณนั้นเศร้าโศก โกรธแค้น และต้องการความยุติธรรม
เขาปิดตาและให้วิญญาณนั้นสื่อสารกับเขา เธอบอกเขาว่าเธอถูกฆ่า
ถูกซ่อนไว้ในภาชนะสีแดง ในที่ที่มืดและเย็น เธอต้องการให้ความจริงถูกเปิดเผย
ต้องการให้คนที่ฆ่าเธอได้รับการลงโทษ
หลวงปู่สมบูรณ์บอกว่า เขาเห็นภาพในใจ ภาพของโกดัง
ภาพของถังสีแดง ภาพของรอยน้ำมันที่ด้านข้างถัง และเขานำข้อมูลนั้นมาบอกกับคุณวิภา
หลายคนอาจจะไม่เชื่อเรื่องนี้
อาจจะคิดว่ามันเป็นเพียงความบังเอิญ
หรือหลวงปู่สมบูรณ์อาจจะรู้ข้อมูลอะไรบางอย่างที่เขาไม่ได้บอก
แต่สำหรับคุณวิภาและครอบครัวของนางสาวพิมพ์ใจ มันไม่สำคัญว่าเขารู้ได้อย่างไร
สิ่งที่สำคัญคือ เขาช่วยให้พวกเขาได้พบลูกสาว ได้ทำพิธีศพให้เธอ
และได้เห็นคนที่ฆ่าเธอถูกจับกุมและลงโทษ
นายสมชายถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิต เขาขอให้ลดโทษ
อ้างว่าเขาเสียใจและไม่ได้ตั้งใจ แต่ศาลไม่เห็นด้วย ศาลเห็นว่าเขาวางแผนมาอย่างดี
มีเจตนาฆ่า และพยายามอำพรางหลักฐาน นี่คือการฆาตกรรมโดยไตร่ตรองไว้ก่อน
และสมควรได้รับโทษหนักที่สุด
ลูกสาวของนายสมชายและนางสาวพิมพ์ใจถูกคุณวิภารับไปเลี้ยงดู
เด็กน้อยสูญเสียทั้งพ่อและแม่ในคราวเดียว เธอสูญเสียแม่จากความโหดร้ายของพ่อ
และสูญเสียพ่อจากความโลภและความเห็นแก่ตัวของเขาเอง
เรื่องราวนี้สอนเราหลายอย่าง มันสอนเราว่า
ความโลภเป็นรากเหง้าของความชั่วร้าย นายสมชายต้องการเงิน ต้องการทรัพย์สิน
จนเขายอมทำทุกอย่าง รวมถึงการฆ่าภรรยาของตัวเอง เขาคิดว่าเงินจะแก้ปัญหาทุกอย่าง
แต่ความจริงคือ มันทำให้ชีวิตของเขาพินาศสิ้น
มันสอนเราว่า
ครอบครัวไม่ใช่สิ่งที่เราสามารถเอาไว้ใช้ประโยชน์หรือทิ้งได้เมื่อไม่ต้องการแล้ว
ครอบครัวคือคนที่เรารัก คนที่เราควรดูแล คนที่เราควรเคารพ
นางสาวพิมพ์ใจทุ่มเทชีวิตให้กับครอบครัว
แต่สิ่งที่เธอได้รับคือความทรยศและความตายที่โหดร้าย
มันสอนเราว่า ความจริงจะถูกเปิดเผยเสมอ
ไม่ว่าจะใช้เวลานานแค่ไหน ไม่ว่าจะมีคนพยายามปิดบังอย่างไร
นายสมชายคิดว่าเขาซ่อนศพได้อย่างสมบูรณ์แบบ คิดว่าไม่มีใครจะหาเจอ
แต่ความจริงก็ยังถูกเปิดเผย ด้วยวิธีที่เขาไม่คาดคิด
และที่สำคัญที่สุด มันสอนเราว่า
บางครั้งความช่วยเหลือมาจากที่ที่เราไม่คาดคิด
บางครั้งความจริงถูกเปิดเผยโดยวิธีที่อยู่นอกเหนือจากเหตุผล
หลวงปู่สมบูรณ์อาจจะไม่ใช่นักสืบ ไม่ใช่นักวิทยาศาสตร์
แต่เขาสามารถทำในสิ่งที่พวกเขาทำไม่ได้ เขาเชื่อมโยงระหว่างสองโลก เชื่อมโยงระหว่างผู้เป็นกับผู้ตาย
และนำความจริงออกมาสู่แสงสว่าง
สารวัตรวิชัยบอกว่า หลังจากคดีนี้ เขาเปลี่ยนวิธีการทำงาน
เขาเริ่มเปิดใจมากขึ้น เริ่มใช้ทุกวิธีที่เป็นไปได้ในการสืบสวน
ไม่ว่าจะเป็นวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี หรือแม้แต่ความเชื่อและศรัทธา เขาบอกว่า
ในฐานะนักสืบ เป้าหมายของเขาคือการหาความจริง และเพื่อให้ถึงเป้าหมายนั้น
เขายินดีที่จะใช้ทุกเครื่องมือที่มี
คุณวิภาบอกว่า เธอขอบคุณหลวงปู่สมบูรณ์จากใจจริง
เขาช่วยให้เธอได้พบลูกสาว ได้ทำพิธีศพให้เธออย่างที่ควร และได้เห็นความยุติธรรม
เธอเชื่อว่าลูกสาวของเธอตอนนี้สงบสุขแล้ว ไม่ต้องวนเวียนหรือพยายามสื่อสารอีกต่อไป
เพราะคนที่ทำร้ายเธอได้รับการลงโทษแล้ว
เรื่องราวของคดีถังแดงนี้ยังคงถูกพูดถึง
ถูกนำมาเป็นตัวอย่างของการสืบสวนที่ผสมผสานระหว่างวิทยาศาสตร์กับความเชื่อ
มันเป็นคดีที่ท้าทายความเชื่อและความคิดของหลายคน และมันทำให้เราต้องตั้งคำถามว่า
โลกนี้มีอะไรมากกว่าที่เราคิด
บางคนอาจจะไม่เชื่อเรื่องที่หลวงปู่สมบูรณ์ทำ
อาจจะคิดว่ามันเป็นเพียงความบังเอิญ หรือเขาอาจจะได้ข้อมูลมาจากที่อื่น
แต่สำหรับคนที่เกี่ยวข้องในคดี พวกเขาเชื่อ พวกเขาเห็นด้วยตัวเอง
พวกเขารู้ว่ามันเกินกว่าจะเป็นแค่ความบังเอิญ
ไม่ว่าคุณจะเชื่อหรือไม่เชื่อก็ตาม สิ่งที่แน่นอนคือ
นางสาวพิมพ์ใจได้รับความยุติธรรม ครอบครัวของเธอได้ปิดคดีนี้ในใจ
และนายสมชายต้องจ่ายราคาสำหรับสิ่งที่เขาทำ
คดีนี้เตือนเราว่า ชีวิตมีค่า ไม่มีอะไรที่สำคัญมากกว่าชีวิต
ไม่ใช่เงิน ไม่ใช่ทรัพย์สิน ไม่ใช่อะไรทั้งสิ้น
นายสมชายเลือกเงินมากกว่าชีวิตภรรยา และตอนนี้เขาต้องใช้ชีวิตที่เหลือในคุก
ไม่มีเงิน ไม่มีทรัพย์สิน ไม่มีครอบครัว ไม่มีอะไรเลย
เราควรเรียนรู้จากความผิดพลาดของเขา ควรใช้ชีวิตอย่างมีค่า
รักและเคารพคนรอบข้าง ดูแลครอบครัว
และไม่ปล่อยให้ความโลภหรือความเห็นแก่ตัวมาควบคุมเรา
สำหรับนางสาวพิมพ์ใจ เธอได้รับความสงบสุขในที่สุด
แม้ว่าชีวิตของเธอจะจบลงอย่างโหดร้าย แต่เธอได้รับความยุติธรรม
และวิญญาณของเธอได้รับการปลดปล่อย เธอสามารถจากไปได้อย่างสงบ
รู้ว่าแม่ของเธอจะดูแลลูกสาว และคนที่ทำร้ายเธอได้รับการลงโทษแล้ว
นี่คือเรื่องราวของคดีถังแดง
คดีฆาตกรรมที่มีการอำพรางศพอย่างโหดเหี้ยม และถูกเปิดเผยด้วยความช่วยเหลือจากหมอผี
เรื่องราวที่ท้าทายความเชื่อ สร้างความประหลาดใจ และสอนบทเรียนที่สำคัญหลายอย่าง
จงจำไว้ว่า ชีวิตมีค่า ครอบครัวมีค่า
และความจริงจะถูกเปิดเผยเสมอ ไม่ว่าจะใช้วิธีใด ไม่ว่าจะใช้เวลานานแค่ไหน
ความจริงไม่มีวันหายไป และความชั่วร้ายจะต้องได้รับการลงโทษ
ไม่ว่าคนทำจะพยายามหลบหนีอย่างไร


0 $type={blogger}:
แสดงความคิดเห็น