TITLE: ยาสั่งสมองหมู! ศาสตร์มืดโบราณ กินแล้วตายภายใน 3 วัน? (ใครโดนเตรียมสั่งเสีย)
เคยไหมครับ เวลาไปเที่ยวต่างถิ่น หรือไปร่วมงานเลี้ยงในที่ที่เราไม่คุ้นเคย มีคนหยิบยื่นอาหารให้คุณด้วยรอยยิ้มที่เป็นมิตร อาหารจานนั้นดูน่ากิน... กลิ่นหอมกรุ่น... แต่คุณจะรู้ได้อย่างไรว่า ภายใต้หน้าตาที่ดูปกติธรรมดานั้น มันไม่ได้ซ่อนเร้นคำสาปแช่งที่พร้อมจะปลิดชีวิตคุณได้ในสามวัน
วันนี้เราจะมาเจาะลึกเรื่องราวของ "ยาสั่งสมองหมู" หนึ่งในศาสตร์มืดสายตรงที่ผู้คนในสมัยโบราณต่างหวาดกลัวกันจนตัวสั่น มันไม่ใช่ยาพิษที่ออกฤทธิ์ทางเคมี แต่มันคือ "คำสาป" ที่ถูกฝังลงไปในอาหาร เพื่อรอวันปลิดชีพเหยื่ออย่างแม่นยำและเลือดเย็น
ทำไมต้องเป็นสมองหมู? โบราณจารย์เชื่อว่า สมองคือศูนย์รวมของชีวิตและจิตสำนึก การผูกอาคมเข้ากับสมอง จึงเป็นการทำลายล้างที่ต้นตอโดยตรง พิธีกรรมการสร้างนั้นเรียบง่ายอย่างน่าขนลุก อาจารย์ผู้สร้างจะนำสมองหมูสดๆ มาวางบนใบตอง หรือภาชนะดินเผา จากนั้นจะทำการบริกรรมคาถากำกับ เป่าเสกอาคมแห่งความพินาศลงไปจนมั่นใจว่าคำสาปได้ฝังแน่นอยู่ในทุกอณูของสมองนั้นแล้ว
ขั้นตอนที่น่ากลัวที่สุด คือการนำไปปรุงอาหาร คนทำจะนำสมองหมูต้องสาปนั้นไปทำเมนูต่างๆ เช่น ต้มยำสมองหมู หรือผัดเครื่องแกง เพื่อกลบเกลื่อนรสชาติและกลิ่นอายของอาคม จากนั้นก็จะหาทางให้เหยื่อเป้าหมายกินเข้าไปจนได้ ไม่ว่าจะด้วยการเชิญมากินข้าวที่บ้าน หรือแอบใส่ปนไปในอาหารที่เหยื่อชอบ
เมื่อเหยื่อกินเข้าไปแล้ว... จะยังไม่มีอะไรเกิดขึ้นในทันทีครับ นี่คือความแยบยลของมัน ยาสั่งจะยังคงสงบนิ่งอยู่ในร่างกาย รอคอย "เงื่อนไข" หรือ "ตัวกระตุ้น" ที่ผู้ทำได้ตั้งเอาไว้ เช่น รอให้ถึงวันพระ รอให้เหยื่อเดินทางข้ามน้ำ หรือรอให้เหยื่อกินอาหารต้องห้ามบางอย่าง เมื่อเงื่อนไขครบถ้วน... นรกก็จะเปิดประตู
วันแรก: เหยื่อจะเริ่มต้นด้วยอาการปวดหัวอย่างรุนแรง ปวดเหมือนมีค้อนที่มองไม่เห็นทุบเข้าที่ขมับซ้ำๆ ตลอดเวลา กินยาแก้ปวดชนิดไหนก็ไม่หาย บางรายอาจจะมีอาการตาพร่ามัว มองเห็นภาพซ้อน และเริ่มรู้สึกสับสนมึนงงเหมือนคนอดนอน
วันที่สอง: ความเจ็บปวดจะย้ายตำแหน่ง จากขมับจะลามเข้าไปกัดกินอยู่ใจกลางสมอง เหยื่อจะรู้สึกเหมือนมีหนอนนับพันตัวกำลังชอนไชอยู่ข้างใน หรือรู้สึกร้อนวูบวาบเหมือนสมองกำลังจะเดือด เขาจะเริ่มพูดจาไม่รู้เรื่อง วกไปวนมา ถามอย่างตอบอย่าง และที่น่ากลัวคือ บางครั้งจะแสดงพฤติกรรมคล้ายสัตว์ออกมาโดยไม่รู้ตัว เช่น ส่งเสียงคำราม หรือพยายามจะคลานสี่ขา
และวันสุดท้าย... วันที่สาม: ร่างกายของเหยื่อจะเริ่มไม่ตอบสนองต่อสิ่งเร้าใดๆ ดวงตาจะเหม่อลอยแข็งค้างมองไปยังจุดเดียว น้ำลายอาจจะเริ่มฟูมปาก มีเลือดออกทางจมูกและหู ร่างกายจะเกิดอาการชักเกร็งอย่างรุนแรง และสุดท้าย... หัวใจก็จะหยุดเต้นไปเฉยๆ สิ้นใจอย่างทุกข์ทรมานที่สุดโดยที่แพทย์แผนปัจจุบันไม่สามารถระบุสาเหตุการตายได้เลย เพราะเมื่อชันสูตรศพก็ไม่พบสารพิษใดๆ ทั้งสิ้น มันคือการตายที่สมบูรณ์แบบในทางไสยศาสตร์
นี่คือเหตุผลที่มันถูกเรียกว่า "ศาสตร์สั่งเสีย" เพราะเมื่ออาการปรากฏชัดในวันที่สองแล้ว ก็แทบจะไม่มีทางแก้ไขได้ทัน ต่อให้ตามหาหมอธรรมที่เก่งที่สุด ก็อาจจะทำได้แค่ช่วยบรรเทาความเจ็บปวด แต่ไม่อาจยื้อชีวิตที่ถูกคำสาปตีตราไว้แล้วได้
สิ่งที่น่ากลัวกว่าตัวอาคม ก็คือจิตใจของคนที่สั่งทำมันขึ้นมา ความเกลียดชัง ความริษยา หรือความแค้นที่ฝังลึก สามารถเปลี่ยนคนให้กลายเป็นปีศาจที่หยิบยื่นความตายให้ผู้อื่นผ่านอาหารมื้อเดียวได้ ดังนั้น จงมีสติทุกครั้งที่ต้องกินของจากคนที่เราไม่ไว้ใจ เพราะความอร่อยเพียงชั่วครู่ อาจต้องแลกมาด้วยลมหายใจทั้งหมดที่คุณมี
เมื่อเรารู้จักศาสตร์สั่งตายที่จำเพาะเจาะจงและน่ากลัวนี้แล้ว ในตอนหน้า เราจะมาทำความรู้จักกับ "เบี้ยแก้" สุดยอดเครื่องรางสายป้องกัน ที่ว่ากันว่าสามารถ "กิน" คุณไสย และสะท้อนอาคมกลับไปหาผู้ทำได้ เพื่อให้รู้ว่าในโลกของไสยศาสตร์นั้น ทุกการกระทำย่อมมีการตอบโต้อยู่เสมอ
0 $type={blogger}:
แสดงความคิดเห็น