หมอหาสาเหตุไม่เจอ! อาการ "โดนทำของ" เจ็บเหมือนเข็มแทง ทรมานจนอยากตาย

 หมอหาสาเหตุไม่เจอ! อาการ "โดนทำของ" เจ็บเหมือนเข็มแทง ทรมานจนอยากตาย


คุณเคยมีความรู้สึกแบบนี้ไหมครับ... ความรู้สึกที่เหมือนกำลังเดินหลงทางอยู่ในอุโมงค์มืดมิดเพียงลำพัง ร่างกายกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด แต่เมื่อเอ่ยปากบอกใคร กลับไม่มีใครได้ยิน หรือต่อให้ได้ยิน... ก็ไม่มีใครเชื่อ


วันนี้เราจะมาพูดถึงฝันร้ายที่เลวร้ายยิ่งกว่าผีหลอก เพราะมันคือเรื่องจริงที่เกิดขึ้นกับร่างกายของคนเป็นๆ เรื่องราวของอาการเจ็บป่วยปริศนา ที่วิทยาศาสตร์การแพทย์ส่ายหน้า และเครื่องมือราคาหลายสิบล้านก็หาคำตอบไม่ได้


มีเคสที่น่าสนใจและน่าเวทนาเกิดขึ้นกับหญิงสาววัยกลางคนคนหนึ่ง เธอเป็นพนักงานบริษัทที่มีชีวิตปกติ สุขภาพแข็งแรง ตรวจสุขภาพประจำปีไม่เคยเจอค่าผิดปกติ แต่แล้ววันหนึ่ง... นรกก็มาเยือนโดยไม่ทันตั้งตัว เริ่มต้นจากอาการปวดแสบปวดร้อนเล็กๆ น้อยๆ ตามผิวหนัง เหมือนโดนน้ำร้อนกระเด็นใส่ แต่เมื่อก้มลงไปดูกลับไม่พบรอยแผล หรือรอยแดงแม้แต่นิดเดียว


จากความแสบร้อน พัฒนาไปสู่ความเจ็บปวดที่เธออธิบายว่า "เหมือนมีเข็มหมุดนับพันเล่ม ทิ่มแทงเข้ามาในเนื้อพร้อมกัน" ลองจินตนาการดูนะครับ เข็มเล่มเล็กๆ ที่มองไม่เห็น ทิ่มลงไปที่แขน ที่ขา และที่ทรมานที่สุดคือ ทิ่มลงไปในอวัยวะภายใน เจ็บจนตัวงอ เจ็บจนน้ำตาไหลพรากออกมาโดยไม่รู้ตัว


สิ่งที่น่ากลัวที่สุดไม่ใช่ความเจ็บ แต่คือคำวินิจฉัยของหมอ


เธอไปโรงพยาบาลชั้นนำ เจาะเลือด เอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์ ทำ MRI สแกนสมอง ทุกอย่างที่วิทยาศาสตร์ทำได้ ผลออกมาคือ... "ปกติ" ร่างกายของเธอสมบูรณ์แข็งแรง 100% หมอเริ่มมองเธอด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป จากความกังวล กลายเป็นความสงสัย และจบลงด้วยคำว่า "คุณอาจจะเครียดเกินไป" หรือ "มันเป็นอาการทางจิต"


คำพูดเหล่านั้น เจ็บปวดยิ่งกว่าเข็มที่ทิ่มแทงร่างกายเสียอีก เพราะมันคือการปฏิเสธความทุกข์ทรมานที่เธอกำลังเผชิญอยู่จริง เธอได้รับยาคลายเครียด ยานอนหลับ และยาแก้ปวดกลับมาบ้าน แต่เชื่อไหมครับ ยาแก้ปวดที่แรงที่สุด ก็ระงับความเจ็บปวดนี้ไม่ได้แม้แต่วินาทีเดียว


นี่คือลักษณะเฉพาะของอาการ "โดนทำของ" หรือ "ลมเพลมพัด" ที่เล่นงานเข้าระบบเส้นเอ็นและกระดูก ความเจ็บปวดจะรุนแรงขึ้นตามช่วงเวลา โดยเฉพาะวันโกนและวันพระ หรือช่วงเวลาโพล้เพล้ตะวันตกดิน อาการเจ็บเหมือนเข็มแทงนี้ ไม่ใช่เกิดจากปลายประสาทอักเสบ แต่มันเกิดจากอำนาจของอาคมที่ถูกส่งมาเพื่อทำลายล้าง


มีครูบาอาจารย์ท่านหนึ่งเคยเปรียบเปรยไว้ว่า ของพวกนี้เปรียบเสมือนตะปูที่ตอกลงไปในวิญญาณ เครื่องมือแพทย์ส่องเห็นแต่กายเนื้อ แต่ส่องไม่เห็นสิ่งที่ฝังอยู่ในกายทิพย์ ผู้ป่วยจะรู้สึกเหมือนมีก้อนเนื้อวิ่งได้ปูดโปนขึ้นมาตามตัว พอกดลงไปมันก็หายวับไปโผล่อีกที่หนึ่ง สร้างความหวาดกลัวจนสติแตก


ความทรมานดำเนินไปจนถึงจุดที่ผู้ป่วยเริ่ม "อยากตาย" ไม่ใช่เพราะอยากหนีปัญหา แต่เพราะความเจ็บปวดมันเกินขีดจำกัดของมนุษย์ที่จะรับไหว การนอนมองเพดานในความมืด ร้องไห้จนไม่มีน้ำตา รอคอยให้เช้าเพื่อหวังว่าอาการจะดีขึ้น แต่มันก็ไม่เคยดีขึ้น นั่นคือจุดต่ำสุดของจิตใจที่ถูกของดำกัดกิน


หากคุณหรือคนใกล้ตัว กำลังเผชิญกับอาการเจ็บปวดที่ไร้ที่มาที่ไป หาหมอแผนปัจจุบันจนหมดหนทาง รักษาเท่าไหร่ก็ไม่หาย และเริ่มมีความคิดอยากจะจบชีวิตตัวเองเพื่อหนีความทรมาน ขอให้หยุดคิดสักนิด และเปิดใจให้กว้างขึ้น บางที... สิ่งที่คุณกำลังเผชิญ อาจจะไม่ได้ต้องการยาปฏิชีวนะ แต่อาจจะต้องการ "ยาใจ" และ "พิธีกรรม" เพื่อถอนสิ่งที่มองไม่เห็นออกไป


โลกใบนี้กว้างใหญ่กว่าห้องตรวจโรค และความจริงอาจซ่อนอยู่ในมุมมืดที่เรามองไม่เห็นด้วยตาเปล่า อย่าเพิ่งหมดหวัง ตราบใดที่ลมหายใจยังอยู่ ทางออกย่อมมีเสมอ


และเมื่อวิทยาศาสตร์ให้คำตอบไม่ได้ ไสยศาสตร์อาจจะเป็นกุญแจดอกสุดท้ายที่เราต้องไขดู ในตอนหน้า ผมจะพาทุกท่านไปรู้จักกับ "วิธีแยกแยะโรคกรรมกับโรคเวร" และขั้นตอนการเตรียมตัวเพื่อไปพบ "หมอธรรม" อย่างถูกวิธี เพื่อให้คุณกลับมามีชีวิตใหม่ได้อีกครั้ง


0 $type={blogger}:

แสดงความคิดเห็น

👻 ฟังเรื่องหลอน
✅ รองรับ PC & Mobile
พร้อมใช้งาน
ขับเคลื่อนโดย Blogger.

ผู้ติดตาม

สั่งกล่องพัสดุ 750 ส่งฟรี

✨ 750 ส่งฟรี ✨
โลโก้ ตุ้ยคุ้ยเรื่องหลอน

บทความ

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

**คนออนไลน์:** ...
ตุ้ยคุ้ยเรื่องหลอน: รวมเรื่องผี เรื่องเล่าสยองขวัญ และตำนานอาถรรพ์ © 2013 Published By Gooyaabi Templates Supported by Best Blogger Templates and Premium Blog Templates - Web Design