ผีอำ หรือ โดนของ? วิธีแยกแยะ "ผีทับ" กับ "มนต์ดำสั่งตาย" (รู้ไว้ก่อนสายเกินแก้)
เคยตื่นขึ้นมากลางดึกแล้วขยับตัวไม่ได้ไหมครับ?
วินาทีที่คุณลืมตาโพลงขึ้นมาท่ามกลางความมืดมิด สมองตื่นเต็มที่ รับรู้ทุกอย่างรอบตัว ได้ยินเสียงแอร์ทำงาน ได้ยินเสียงลมหายใจของตัวเอง แต่ร่างกายกลับหนักอึ้งราวกับมีหินผามาทับไว้ ปลายนิ้วกระดิกไม่ได้ แม้แต่จะอ้าปากตะโกนขอความช่วยเหลือ ก็ไม่มีเสียงเล็ดลอดออกมา... วินาทีนั้นแหละครับ ที่คนโบราณเรียกว่า "ผีอำ"
ในทางวิทยาศาสตร์ เราเรียกอาการนี้ว่า Sleep Paralysis หรือสภาวะผีอำ ซึ่งเกิดจากสมองตื่นก่อนร่างกาย มักเกิดจากความเครียด หรือพักผ่อนไม่เพียงพอ อาการนี้มักจะหายไปเองภายในไม่กี่นาที เพียงแค่คุณพยายามกระดิกนิ้ว หรือตั้งสติให้มั่น
แต่... ถ้าสิ่งที่ทับคุณอยู่ ไม่ใช่แค่ความผิดปกติของระบบประสาทล่ะครับ? ถ้าความหนักอึ้งนั้น มี "เจตนา" แอบแฝง และไม่ได้มาเพื่อแค่กวนใจ แต่มาเพื่อ "เอาชีวิต"
วันนี้เราจะมาแยกแยะกันให้ชัดเจนครับ ระหว่าง "ผีอำตามธรรมชาติ" กับ "มนต์ดำสั่งตาย" เพราะถ้าคุณแยกไม่ออก คุณอาจกำลังปล่อยให้เพชฌฆาตที่มองไม่เห็น ทำงานของมันจนสำเร็จโดยไม่รู้ตัว
สัญญาณแรกที่บ่งบอกว่าคุณไม่ได้แค่ป่วย แต่กำลัง "โดนของ" คือ "กลิ่น" ครับ
ผีอำทางวิทยาศาสตร์ ไม่มีกลิ่นครับ แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่คุณขยับตัวไม่ได้ แล้วจมูกได้กลิ่นเหม็นสาบสาง กลิ่นเหม็นไหม้เหมือนธูป หรือกลิ่นน้ำมันเลียนๆ ลอยวนเวียนอยู่ปลายจมูก ทั้งที่ในห้องปิดหน้าต่างมิดชิด ให้สันนิษฐานไว้ก่อนเลยว่า สิ่งที่ทับคุณอยู่ ไม่ใช่ความว่างเปล่า แต่มันคือ "พราย" หรือวิญญาณที่ถูกส่งมาด้วยอาคม กลิ่นสาบสางนั้นคือกลิ่นอายของความตายที่ติดตัวมันมา
สัญญาณที่สอง คือ "น้ำหนักและสัมผัส"
อาการ Sleep Paralysis ทั่วไป คุณจะรู้สึกแค่ขยับไม่ได้ แต่ไม่เจ็บ แต่ถ้าเป็นการโดนของทับ คุณจะรู้สึกถึงน้ำหนักที่กดลงมาอย่างจงใจ โดยเฉพาะบริเวณหน้าอก หรือลำคอ เหมือนมีคนมานั่งทับ หรือมีมือเย็นเฉียบมาบีบคอจนหายใจไม่ออก บางเคสที่โดนของแรงๆ จะรู้สึกเหมือนโดนรัด ตรึงแขนขา หรือเจ็บเหมือนโดนเล็บจิกเข้าไปในเนื้อ พอตื่นเช้ามา ให้ลองสำรวจร่างกายดูครับ ถ้าเจอ "รอยจ้ำเขียว" หรือ "รอยขีดข่วน" เป็นทางยาว โดยที่คุณไม่ได้นอนดิ้นไปชนอะไร นั่นคือหลักฐานชิ้นสำคัญว่าเมื่อคืน คุณไม่ได้นอนคนเดียว
สัญญาณที่สาม คือ "เสียงที่ไม่ได้มาจากความคิด"
ในขณะที่ขยับตัวไม่ได้ หากคุณได้ยินเสียงแว่วๆ ไม่ใช่เสียงในหัวตัวเอง แต่เป็นเสียงกระซิบข้างหู เสียงสวดพึมพำภาษาแปลกๆ หรือเสียงหัวเราะเยาะเย้ยที่ดังมาจากมุมมืดของห้อง นั่นคือการสำแดงฤทธิ์ของมนต์ดำ ผู้กระทำต้องการข่มขวัญให้คุณกลัวจนขวัญหนีดีฝ่อ เพราะเมื่อจิตคุณอ่อนแอ เกราะป้องกันตัวตามธรรมชาติจะพังทลาย เปิดทางให้ของต่ำพวกนี้แทรกซึมเข้าสู่ร่างกายได้ง่ายขึ้น
และสัญญาณสุดท้ายที่อันตรายที่สุด คือ "ความต่อเนื่องและเวลา"
ผีอำปกติ นานๆ จะเป็นที แต่ถ้าคุณเป็นทุกคืน ในเวลาเดิมๆ เช่น ตีสองเป๊ะ หรือทุกวันพระและวันโกน อาการรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จากแค่อึดอัด กลายเป็นเจ็บปวด จากเจ็บปวด กลายเป็นเห็นภาพหลอนที่ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ เช่น เห็นเงาดำร่างใหญ่ยืนจ้องอยู่ที่ปลายเตียง นี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญครับ แต่มันคือ "พิธีกรรม" ที่ถูกกำหนดเวลามาเพื่อเล่นงานคุณโดยเฉพาะ
การแยกแยะอาการเหล่านี้ให้ออก เป็นปราการด่านแรกที่จะช่วยชีวิตคุณได้ ถ้ามันคือโรค ก็ไปหาหมอรักษาที่โรงพยาบาล แต่ถ้ามันคือ "ของ" คุณต้องรีบหาทางแก้ที่ต้นเหตุ เพราะมนต์ดำพวกนี้ เปรียบเสมือนยาพิษที่ค่อยๆ ซึมเข้ากระแสเลือด ยิ่งรู้นาน ยิ่งแก้ยาก และถ้าปล่อยไว้นานเกินไป จนมันกินเข้าไปถึงจิตวิญญาณ ถึงตอนนั้นต่อให้เจอหมอธรรมเก่งแค่ไหน ก็อาจจะสายเกินแก้
จงสังเกตตัวเองและคนข้างกายในคืนนี้ครับ ว่าความอึดอัดยามค่ำคืน เป็นเพียงภาพลวงตาทางสมอง หรือเป็นเงามรณะที่ใครบางคนส่งมา
และถ้าคุณเริ่มมั่นใจแล้วว่า สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่เรื่องปกติ ในตอนหน้า ผมจะพาทุกท่านไป "สำรวจบ้าน" กันครับ เพราะบางที... สื่อนำวิญญาณร้ายที่คอยเปิดประตูให้ผีเข้ามาอำคุณทุกคืน อาจจะเป็น "ของขวัญ" ชิ้นสวยที่คุณเพิ่งได้รับมาวางไว้ในห้องนอนโดยไม่รู้ตัว
0 $type={blogger}:
แสดงความคิดเห็น