ฐานเนินกระบอกไม้ไผ่” ทหารพรานร้าง ป่าลึก สิ่งลี้ลับ และความกลัวที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังสงคราม

 “ฐานเนินกระบอกไม้ไผ่” ทหารพรานร้าง ป่าลึก สิ่งลี้ลับ และความกลัวที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังสงคราม

“ดินแดนชายแดน เปรียบเสมือนผืนผ้าใบแห่งเรื่องราวที่ไม่มีวันสิ้นสุด เรื่องราวของความกล้าหาญ การเสียสละ และเหนือสิ่งอื่นใด… เรื่องราวของสิ่งลี้ลับที่ท้าทายตรรกะและเหตุผลของมนุษย์ เสียงกระสุนปืน เสียงระเบิด และเสียงกรีดร้องของผู้คนที่ต้องเผชิญหน้ากับความตายอย่างต่อเนื่อง ก่อให้เกิดมิติบางอย่างที่บางครั้งก็สั่นสะเทือนม่านกั้นระหว่างโลกที่เรามองเห็นกับโลกที่ซ่อนเร้นเอาไว้เบื้องหลังผืนป่าทึบและภูเขาสูงชัน”

“ก่อนที่จะมีคำสั่งถอนกำลังอย่างกะทัน หลายคืนก่อนหน้านั้น ทหารทุกคนในหน่วยมักจะฝันร้ายฝันว่ามีเงาดำๆ เคลื่อนไหวอยู่เบื้องหลังพวกเขาในค่ายเก่า และฝันว่ามีเสียงกระซิบกระซาบตามลม ที่พูดคำพูดซ้ำๆ ‘ออกไป… อย่ามาที่นี่…’ ฝันเหล่านั้นไม่ถูกจดจำชัดเจน แต่ความรู้สึกผิดกกับบรรยากาศมืดทึบในค่ายร้างที่ถูกทิ้งร้างนั้น เริ่มมีจุดเชื่อมโยง…”


“การเดินทางใช้เวลาเกือบสองวันเต็มๆ ในป่าทึบที่แสงแดดยากจะเล็ดรอดลงมาถึงพื้นดิน ความชื้นแฉะของป่าฝนเกาะกุมทั่วร่างกาย เสียงจิ้งหรีดเรไรและสัตว์ป่าก้องกังวานยามค่ำคืน สร้างบรรยากาศที่ทั้งสงบและน่าขนลุกในเวลาเดียวกัน”


“เราเดินเท้าผ่านป่าไผ่ที่ขึ้นหนาแน่น กระบอกไม้ไผ่สูงเสียดฟ้าเสียดสีกันตามแรงลมส่งเสียงครืดคราดน่าขนลุก” จ่าคงเล่า “จนกระทั่งเราไปถึงจุดที่แผนที่ระบุไว้ว่าคือ ‘ฐานเนินกระบอกไม้ไผ่’ มันเป็นเพียงเนินดินเล็กๆ ที่เคยถูกปรับให้ราบเพื่อสร้างค่ายชั่วคราว มีบังเกอร์ดินที่พังทลายลงมาบางส่วน และโครงสร้างไม้ที่ผุพังตามกาลเวลา ปกคลุมไปด้วยเถาวัลย์และมอสเขียวครึ้ม”


“บรรยากาศที่นั่งผิดปกติไปจากป่าโดยรอบอย่างชัดเจน ความเงียบที่ไร้เสียงนกเสียงสัตว์ใดๆ ราวกับป่าทั้งป่าหยุดหายใจรอคอยการมาของพวกเขา อากาศบริเวณนั้นเย็นเยียบผิดปกติ ทั้งๆ ที่เป็นช่วงบ่ายคล้อย แสงแดดที่ส่องผ่านร่มไม้ลงมาได้เพียงรำไรก็ดูเหมือนจะไม่มีพลังพอจะสาดส่องความอบอุ่นให้แก่พื้นที่แห่งนั้น”


“ก่อนที่จะเข้าค่าย ลมหายใจบางอย่างที่เย็นยะเยือกและไม่ใช่ลมธรรมดาก็เริ่มพัดผ่านมาตั้งแต่ไกล ราวกับมีสิ่งกำลังหายใจรอคอยเราอยู่กลางความมืด…”


“หมวดวิทย์สั่งให้เราเตรียมตัวให้พร้อมที่สุด เพราะพื้นที่ที่เราจะไปนั้นขึ้นชื่อเรื่องความทุรกันดารและมีกลุ่มผู้ไม่หวังดีเคลื่อนไหวอยู่ตลอด” จ่าคงเล่า “แต่ในใจลึกๆ ของพวกเราทุกคน มันมีความรู้สึกหนักอึ้งบางอย่างที่ไม่ใช่แค่ความกังวลเรื่องการปะทะกับศัตรู แต่มันเป็นความรู้สึกเหมือนกำลังจะก้าวเข้าไปในดินแดนที่ไม่มีใครควรเหยียบย่าง”


“ก่อนที่จะเดินทาง หมวดวิทย์ก็เริ่มแสดงอาการผิดปกติเล็กๆ น้อยๆ เขากลัวมาก เวลาคิดแผน เวลาจัดกองกำลัง เวลาพูดจากรู้สึกเหมือนมีเสียงกระซิบกระซาบในหู เสียงที่พูดคำพูดซ้ำๆ ‘ระวัง… มันมอง…’”


“ระหว่างเดินทางกลับ จู่โจมเห็นแสงสีแดงเล็กๆ จากรอย่างเล็กๆ บนหลังคาบ้านของชาวบ้านที่อยู่ใกล้เคียง แต่เมื่อเข้าไปใกล้ก็พบว่าเป็นเพียงเพลิงจากเตาไฟฟ้าของชาวบ้านธรรมดา เวลาที่ผ่านไปไม่นาน แสงสีแดงนั้นก็หายไปโดยสมบูรณ์…”


“พลฯ สันติ ทหารหนุ่มหน้าใหม่ในหน่วย ที่ยังไม่เคยเจอประสบการณ์ลึกลับใดๆ มาก่อน เป็นคนแรกที่เริ่มแสดงอาการผิดปกติ”


“หมวดครับ… ผมรู้สึกเหมือนมีคนมองอยู่ตลอดเลยครับ” สันติกระซิบถามหมวดวิทย์ น้ำเสียงของเขาสั่นเล็กน้อย


“ก่อนที่จะมาถึงค่ายร้าง ระหว่างเดินทางในป่ามืดค่ำคืนนั้น สันติเริ่มเดิน踬และร้องเรียบเรียวก่อนที่จะล้มลงไปนั่งกับพื้น เขากล่าวว่าได้ยินเสียงพูดจากราบร้อยๆ ในหู คำพูดเหล่านั้นไม่ใช่ภาษาไทย แต่เป็นภาษาที่ไม่คุ้นเคย ซ้ำๆ ‘นี่คือบ้านของเจ้า… อยู่ที่นี่ไม่ดี…’”


“เมื่อได้น้ำมนต์มา จ่าคงสาดใส่หน้าสันติพร้อมกับท่องบทสวดที่แกจำได้จากครูบาอาจารย์ เสียงกรีดร้องของสันติยิ่งดังขึ้น แต่คราวนี้เป็นเสียงที่แสดงความเจ็บปวด เมื่อสาดน้ำมนต์ไปอีกครั้ง ร่างของสันติก็อ่อนแรงลง ดวงตาที่แดงก่ำกลับมาเป็นปกติ เขาล้มลงนอนหมดสติไป”


“ทว่าก่อนที่สันติจะหมดสติ ระหว่างที่น้ำมนต์กำลังทุกคนได้ยินเสียงหัวเราะเบาๆ มาจากในศาลเพียงตา ไม่ใช่เสียงหัวเราะของมนุษย์…”



“เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้ทุกคนหวาดกลัวอย่างแท้จริง โดยเฉพาะหมวดวิทย์ที่เคยเชื่อมั่นในหลักการทางวิทยาศาสตร์มาตลอด บัดนี้ต้องยอมรับว่ามีบางสิ่งบางอย่างที่วิทยาศาสตร์ไม่สามารถอธิบายได้”


“‘มันไม่ใช่แค่ผีตายโหงทั่วไปนะหมวด’ จ่าคงพูดเสียงเครียด ‘ที่นี่…มันเป็นที่ของเจ้าที่เจ้าทางที่แรงกล้า อาจจะเป็นวิญญาณผู้พิทักษ์ป่า หรือวิญญาณคนเก่าคนแก่ที่ตายไปนานแล้ว และพวกเรามาผิดที่ผิดทาง…’”



“คืนที่สอง พวกเขาไม่กล้าหลับตาอีกเลย สันติยังคงไม่ได้สติ แต่ลมหายใจของเขาสม่ำเสมอ จ่าคงนั่งเฝ้าเขาไม่ห่าง เสียงกระซิบกระซาบดังถี่ขึ้นกว่าเดิม มีบางครั้งที่พวกเขาได้ยินเสียงเหมือนมีคนลากโซ่เหล็กไปมาบนพื้นดินรอบๆ ค่าย เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นราวกับมีใครเดินย่ำก้าวไปมากลางความมืดมิด”


“สิ่งของของพวกเขาเริ่มหายไป กระสุนสำรอง ข้าวสารที่เตรียมไว้ อาหารแห้ง แม้แต่วิทยุสื่อสารที่วางอยู่ข้างหมวดวิทย์ก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย ทุกคนเริ่มรู้สึกถึงความสิ้นหวัง การถูกตัดขาดจากโลกภายนอกท่ามกลางป่าลึกที่เต็มไปด้วยสิ่งลี้ลับ มันเป็นความรู้สึกที่เลวร้ายยิ่งกว่าการถูกข้าศึกปิดล้อมเสียอีก”


“จ่าคงรวบรวมเศษข้าวสารที่ยังเหลืออยู่เล็กน้อยกับน้ำเปล่าที่ยังพอมี เขาเดินไปยังศาลเพียงตาที่โคนต้นตะเคียนใหญ่อีกครั้ง และคราวนี้เขาเข้าไปด้วยความนอบน้อม”


“จ่าคงวางข้าวสารและน้ำไว้หน้าศาลจุดเล็กๆ แล้วก้มลงกราบสามครั้ง พร้อมกับพนมมือแล้วเริ่มกล่าวขอขมาด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง”


“หลังจากจ่าคงกล่าวขอขมาเสร็จสิ้น บรรยากาศรอบๆ ค่ายก็ดูเหมือนจะผ่อนคลายลง ความเย็นยะเยือกที่เคยปกคลุมเริ่มจางหายไปเล็กน้อย เสียงลมที่เคยหวีดหวิวก็แผ่วเบาลง ทุกคนรู้สึกได้ถึงความเปลี่ยนแปลง แต่ก็รู้สึกว่ามันไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงที่ดี…”


“พลฯ ชาญ ทหารหนุ่มที่มีประสบการณ์สูงที่สุดในหน่วย พยายามขุดคุ้งน้ำที่อยู่ใกล้เคียงเพื่อหาทางผ่าน ระหว่างขุด 他也พบว่ามีเศษกระดูกมนุษย์หลายชิ้นที่ซ่อนอยู่ใต้ผนังดินของค่ายเก่า เสียงกระซิบกระซาบก็ยังคงดังอยู่ คราวนี้เป็นเสียงที่ดังจากทุกทิศทู่ที่…”


“ในวันรุ่งขึ้น พวกเขายังคงอยู่ในค่ายร้างอีกครั้ง ก่อนที่จะตัดสินใจเดินทางกลับไปตามเส้นทางที่คาดว่าจะปลอดภัย…”


จ่าคงสรุปเรื่องราวด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความนับถือต่อธรรมชาติและสิ่งเหนือธรรมชาติ “ในป่าลึก…มันมีอะไรมากกว่าที่ตาเห็นนะหนูเอ๊ย ไม่ใช่แค่ข้าศึกเท่านั้นที่เราต้องระวัง บางครั้งศัตรูที่มองไม่เห็น น่ากลัวยิ่งกว่าหลายเท่า”


“มนุษย์มีอำนาจจำกัด ความกล้าหาญของทหารไม่ได้อยู่ที่การสู้รบกับศัตรูที่จับต้องได้เพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่การถ่อมตน การยอมรับในสิ่งที่ไม่รู้จัก และการเผชิญหน้ากับความจริงที่ว่า โลกใบนี้มีบางสิ่งที่อยู่เหนือการควบคุมของมนุษย์เสมอ”


หลายปีต่อมา พลฯ ชาญ เคาะประตูบ้านของจ่าคงที่ย้ายไปอยู่ในเมืองใหญ่ ด้วยใบหน้าที่ดูเหมือนจะแก่ก่อนกำหนด เขากล่าวว่ากลับมาที่นั่นอีกครั้งหลังจากเกษียณ และพบกับสิ่งที่น่าขนลุกที่สุด – เสียงกระซิบกระซาบเริ่มดังขึ้นครั้งแรก ราวกับว่าม่านกั้นระหว่างโลกสองมิตินั้น กำลังเริ่มบางลง…”



เรื่องราวของ “ฐานเนินกระบอกไม้ไผ่” กลายเป็นตำนานที่เล่าขานกันในหมู่ทหารพรานแถบนั้น ไม่มีใครกล้ากลับไปที่นั่นอีกเลย และไม่มีใครกล้าถามถึงเหตุผลที่แท้จริงที่ทำให้ค่ายแห่งนั้นถูกทิ้งร้างไปอย่างกะทัน


แต่สำหรับเราที่อ่านเรื่องราวนี้ บางครั้งในความเงียบของค่ำคืน อาจจะได้ยินเสียงกระซิบกระซาบจากป่าลึกด้วยกัน… แล้วคุณล่ะ คิดว่ามันคืออะไร?



 #ทหารพรานร้าง #ป่าลึก #เรื่องหลอน #ตำนานป่า #สิ่งมีชีวิตอื่น #สงคราม #ความกลัวเบื้องหลัง

0 $type={blogger}:

แสดงความคิดเห็น

👻 ฟังเรื่องหลอน
✅ รองรับ PC & Mobile
พร้อมใช้งาน
ขับเคลื่อนโดย Blogger.

ผู้ติดตาม

สั่งกล่องพัสดุ 750 ส่งฟรี

✨ 750 ส่งฟรี ✨
โลโก้ ตุ้ยคุ้ยเรื่องหลอน

บทความ

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

**คนออนไลน์:** ...
ตุ้ยคุ้ยเรื่องหลอน: รวมเรื่องผี เรื่องเล่าสยองขวัญ และตำนานอาถรรพ์ © 2013 Published By Gooyaabi Templates Supported by Best Blogger Templates and Premium Blog Templates - Web Design