เรื่อง บ่อน้ำ

บ่อน้ำ

แสงตะวันยามเย็นค่อยๆ ลาลับขอบฟ้า ทิ้งเพียงแสงสีส้มอ่อนๆ ที่ลอดผ่านใบไม้ของต้นโพธิ์ใหญ่ในวัดเก่าแห่งหนึ่ง เสียงระฆังวัดดังก้องกังวานไปทั่วบริเวณ ประกาศว่าพิธีสวดเย็นกำลังจะเริ่มขึ้น แต่สำหรับเด็กๆ อย่างปอนด์และเพื่อนๆ นี่คือช่วงเวลาที่พวกเขารอคอย

"มาเล่นซ่อนแอบกันเถอะ!" เสียงของเด็กชายตัวเล็กคนหนึ่งดังขึ้น "ก่อนที่พ่อแม่จะมาตามพวกเราไป"

ปอนด์อายุเพียงแค่สิบขวบ ตัวผอมสูงกว่าเพื่อนๆ เล็กน้อย ผมดำสนิทตัดสั้นพอดีหู สวมเสื้อยืดสีขาวกับกางเกงขาสั้นสีกรม เขามักจะชอบงานวัดเพราะได้เจอเพื่อนๆ มากมาย แถมยังมีขนมและของเล่นให้เลือกซื้อด้วย แต่สิ่งที่เขาชอบที่สุดคือการได้วิ่งเล่นอย่างอิสระในบริเวณวัดอันกว้างใหญ่

"ใครจะเป็นคนไปแอบล่ะ?" เด็กผู้หญิงคนหนึ่งถามขึ้น

"ไข่ข้าวตัวไข่ไข่ง้วน ไปทำไร่ไปทำนา เจอพญานาคตัวร้าย ไปแอบเอ๊ย!" พวกเด็กๆ ร้องเพลงพร้อมกันและชี้นิ้วหาคนไปแอบ

ในที่สุดนิ้วของทุกคนก็ชี้ไปที่เด็กชายตัวอ้วนชื่อตุ้ย ตุ้ยเดินไปหาต้นโพธิ์ใหญ่ใกล้ๆ กับศาลาการเปรียญ หันหน้าเข้าหาลำต้นและเริ่มนับ

"หนึ่ง... สอง... สาม..."

เด็กๆ พากันกระจายตัวหนีไปคนละทิศละทาง บ้างก็วิ่งไปหลังโบสถ์ บ้างก็แอบอยู่ในศาลาเล็ก บ้างก็ไปซ่อนตัวอยู่หลังต้นไม้ใหญ่ ปอนด์วิ่งไปทางด้านหลังวัด ผ่านกุฏิเก่าที่ไม่มีพระอยู่แล้ว ผ่านโรงครัวที่เริ่มมีควันลอยขึ้นจากการทำอาหารเย็น

"สามสิบ... สี่สิบ... ห้าสิบ..." เสียงของตุ้ยดังก้องมาจากไกล

ตอนนั้นเองที่ปอนด์เห็นเงาตัวบางอย่างวิ่งผ่านไปทางป่าช้าด้านหลังวัด มันคือเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง สวมชุดสีขาวผมยาวถักเปีย เธอวิ่งเร็วมาก ราวกับลอยไปกับสายลม ปอนด์ไม่เคยเห็นเธอมาก่อนในหมู่เด็กที่มาเล่นด้วยกัน เขาคิดว่าเธอคงเป็นเด็กจากหมู่บ้านอื่นที่แอบมาเล่นด้วย

"เดี๋ยวนะ! รอด้วย!" ปอนด์ตะโกนเบาๆ พลางวิ่งตามไป

เด็กผู้หญิงคนนั้นวิ่งลัดเลาะไปตามทางเดินเล็กๆ ที่มีหญ้าขึ้นปกคลุม ต้นไม้สองข้างทางใหญ่และหนาทึบ ทำให้แสงสลัวลงไปเรื่อยๆ บรรยากาศเริ่มเย็นชื่น มีกลิ่นดินและใบไม้เน่าอบอวลอยู่ในอากาศ เสียงจักจั่นเริ่มร้องขึ้นจากไหนไม่รู้

ปอนด์พยายามตาม แต่เด็กผู้หญิงคนนั้นเร็วกว่า เธอวิ่งไปจนหายลับในความมืดสลัว จากนั้นปอนด์ก็เห็นเธอลงไปในบริเวณที่เหมือนจะเป็นแอ่งน้ำหรืออะไรสักอย่าง เขาเดินเข้าไปใกล้และพบว่านั่นคือบ่อน้ำเก่าที่ถูกถมดินแล้ว มีฝาไม้ปิดอยู่ แต่ตอนนี้ฝานั้นถูกเปิดออกแล้ว

"นี่... ลงไปในนั้นเหรอ?" ปอนด์พูดกับตัวเองด้วยความสงสัย

เขามองลงไปในบ่อ แสงที่เหลืออยู่น้อยนิดทำให้เห็นเพียงเงามัวๆ ด้านล่าง บ่อลึกประมาณสองเมตร มีบันไดดินสำหรับลงไป ตอนล่างกว้างพอสำหรับคนยืนได้สองสามคน มีฝาครอบอยู่ด้านบน ดูเหมือนว่าเคยเป็นบ่อน้ำดื่มของวัด แต่ตอนนี้ถูกถมจนเหลือเพียงพื้นดินแข็งๆ

"เฮ้! อยู่ข้างล่างเหรอ?" ปอนด์เรียกลงไป

"มาลงมาสิ ที่นี่เจ๋งดี" เสียงของเด็กผู้หญิงดังขึ้นจากด้านล่าง เสียงนั้นฟังดูแปลกๆ ราวกับมาจากที่ไกลๆ แต่ก็ชัดเจนในขณะเดียวกัน

ปอนด์ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แต่ด้วยความอยากรู้อยากเห็นและคิดว่านี่คงเป็นที่ซ่อนตัวที่ดี เขาจึงค่อยๆ เดินลงบันไดดินไปทีละขั้น บันไดชื้นและลื่น เท้าของเขาเกือบพลาดหลายครั้ง กลิ่นอับชื้นของดินเก่าๆ ชื่นจมูก มีกลิ่นแปลกๆ ที่เขาไม่เคยได้กลิ่นมาก่อน

เมื่อเขาลงมาถึงก้นบ่อ ก็พบว่าที่นี่มืดมากขึ้น แสงที่ลอดลงมาทางปากบ่อเป็นเพียงแสงสลัวๆ เด็กผู้หญิงคนนั้นยืนอยู่มุมหนึ่งของบ่อ ตัวของเธอเห็นเป็นเงาๆ เนื่องจากแสงน้อยเกินไป

"ที่นี่ดีนะ พวกเขาคงหาเราไม่เจอแน่ๆ" เด็กผู้หญิงพูดขึ้น เสียงของเธอฟังดูแปลกๆ ราวกับมีเสียงก้องอยู่เล็กน้อย

"ช่วยปิดฝาบ่อด้วยได้ไหม จะได้หาไม่เจอ" ปอนด์บอกกับเธอ

เด็กผู้หญิงคนนั้นไม่ตอบอะไร แต่ปอนด์ได้ยินเสียงฝาไม้ถูกลากปิด ครืดๆ จนในที่สุดปากบ่อก็ถูกปิดสนิท ความมืดมิดตึ้บทันที เหลือเพียงแสงน้อยนิดที่ลอดผ่านช่องเล็กๆ ของฝาไม้เก่า

"เฮ้ มืดไปไหน" ปอนด์พูดขึ้นพลางนั่งลงกับพื้นดิน ดินเย็นและแข็ง

"ไม่เป็นไร เดี๋ยวเราก็เปิดได้" เสียงของเด็กผู้หญิงดังขึ้นจากด้านข้าง

ในความมืดนั้น ปอนด์เริ่มรู้สึกว่าสายตาของเขาปรับตัวได้เล็กน้อย เขาเห็นรูปร่างเงาๆ ของเด็กผู้หญิงคนนั้นนั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม

"เธอชื่ออะไร? ฉันไม่เคยเห็นเธอมาก่อนเลย" ปอนด์ถามขึ้น

"ทับทิม... ชื่อทับทิมค่ะ" เธอตอบ เสียงอ่อนหวานแต่ก็มีอะไรบางอย่างที่ทำให้ปอนด์รู้สึกแปลกๆ

"อ๋อ ฉันชื่อปอนด์ เธอมากับใครหรอ? มาจากหมู่บ้านไหน?"

"ทับทิมอยู่แถวนี้แหละค่ะ มานานแล้วด้วย" เธอตอบแบบกำกวม

"งั้นเหรอ ทำไมไม่เคยเห็นเธอเล่นกับพวกเราเลย?"

"ทับทิมชอบเล่นคนเดียวค่ะ ไม่ค่อยชอบคนเยอะๆ"

"แล้วทำไมวันนี้มาเล่นกับเราล่ะ?"

เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนที่ทับทิมจะตอบว่า "วันนี้...ทับทิมเห็นพี่ปอนด์แล้วก็อยากเล่นด้วย"

สองคนคุยกันไปมาในความมืดนั้น ทับทิมเล่าถึงเรื่องราวต่างๆ ในหมู่บ้าน เล่าถึงวัดแห่งนี้ เล่าถึงงานประจำปีที่เคยมี ปอนด์ตั้งใจฟังทุกคำพูด เสียงของเธอฟังแล้วสงบและนุ่มนวล ทำให้รู้สึกผ่อนคลาย

เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ปอนด์ไม่รู้ เขาเริ่มรู้สึกง่วงขึ้นเรื่อยๆ อากาศเย็นและความมืดทำให้เขาอยากนอน เสียงของทับทิมก็ดังขึ้นเหมือนเป็นเพลงกล่อม ค่อยๆ ห่างไกลออกไป...

"พี่ปอนด์... หลับตาพักนะคะ... ทับทิมจะดูแลให้..."

นั่นคือประโยคสุดท้ายที่เขาได้ยินก่อนจะหลับไป


"ปอนด์! ปอนด์! ลูกอยู่ไหน!"

เสียงตะโกนแหบแห้งของพ่อดังก้องไปทั่วบริเวณวัด แสงไฟฉายกวาดไปมา พระและชาวบ้านหลายสิบคนช่วยกันค้นหาเด็กชายตัวเล็กที่หายตัวไปตั้งแต่เย็นวานนี้

"ไปค้นทางหลังวัดดูอีกที" หลวงพ่อเจ้าอาวาสบอกกับชาวบ้าน "ป่าช้าหลังนั้นมีที่ซอกแซกมาก เด็กอาจจะหลงทางหรือตกหลุมก็ได้"

แม่ของปอนด์นั่งร้องไห้อยู่หน้าโบสถ์ ตาแดงบวมจากการร้องไห้ตลอดคืน พ่อกับคนในหมู่บ้านออกตามหาปอนด์ทั้งคืน แต่ไม่พบอะไรเลย เหมือนกับเด็กคนนั้นหายวับไปจากโลกใบนี้

"ลูกอยู่ไหน... แม่ขอลูกกลับมาเถอะ..." แม่ร่ำไห้


ในขณะเดียวกัน ในความมืดมิดของบ่อน้ำเก่า ปอนด์ค่อยๆ ลืมตาขึ้น ความรู้สึกชาๆ ทั่วตัวทำให้เขาไม่รู้ว่าตัวเองนอนมานานแค่ไหน เขาลืมตามองไปรอบๆ แต่ที่นี่มืดมิดสนิท มืดมากกว่าตอนที่เขาหลับ

"ทับทิม?" ปอนด์เรียกขึ้น เสียงของเขาก้องไปมาในบ่อ "ทับทิม อยู่ไหน?"

ไม่มีคำตอบ มีเพียงความเงียบงันที่น่าขนลุก

"ทับทิม! ตอบที!" เขาตะโกนดังขึ้น เสียงตัวเองทำให้เขาตกใจ

ปอนด์คลำหาทางในความมืด มือของเขาสัมผัสกับฝาผนังเย็นเฉียบของบ่อ เขาเดินไปรอบๆ พยายามหาตัวทับทิม แต่ไม่มีใครอยู่ในบ่อนี้นอกจากเขาคนเดียว

"มืดจังเลย เพื่อนๆ คงหาเราไม่เจอแล้ว" ปอนด์พูดกับตัวเอง "ออกไปกันเถอะทับทิม"

แต่ก็ยังไม่มีเสียงตอบ มีเพียงเสียงลมพัดอ่อนๆ ที่ลอดผ่านช่องฝาบ่อ

ความกลัวเริ่มคืบคลานเข้ามา ปอนด์รู้สึกว่าอะไรบางอย่างไม่ถูกต้อง ทับทิมจะไปไหนได้ในบ่อแค่นี้? แล้วทำไมที่นี่ถึงมืดขนาดนี้?

เขาคลำหาบันไดและพยายามปีนขึ้นไป มือของเขาสั่นเทาเมื่อพยายามดันฝาบ่อ ฝาหนักมาก แต่ด้วยความตั้งใจ เขาก็ดันฝาออกได้ในที่สุด แสงจันทร์สว่างไสวส่องลงมา ทำให้เขาต้องหลับตาชั่วขณะ

เมื่อเขาปีนออกจากบ่อและมองกลับลงไป ที่นั่นว่างเปล่า ไม่มีใครนอกจากพื้นดินที่ถูกถมและเท้าของเขาที่ทิ้งรอยไว้ เท่านั้น

ปอนด์วิ่งออกจากป่าช้า วิ่งผ่านทางเดินที่มีหญ้าขึ้น วิ่งกลับไปยังบริเวณวัดอย่างรวดเร็ว หัวใจของเขาเต้นแรง ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงมืดขนาดนี้ เพื่อนๆ ไปไหนหมดแล้ว?

เมื่อเขาวิ่งมาถึงหน้าโบสถ์ ก็เห็นแสงไฟฉายหลายดวงกำลังเคลื่อนที่ไปมา มีเสียงผู้คนตะโกนเรียกชื่อเขา

"ปอนด์! ปอนด์!"

"แม่! พ่อ! ลูกอยู่นี่!" ปอนด์ตะโกนดังที่สุดเท่าที่จะทำได้

แสงไฟฉายทุกดวงหันมาส่องที่เขา เสียงร้องของแม่ดังขึ้น "ลูก! ลูกของแม่!"

แม่วิ่งเข้ามากอดปอนด์แน่นจนแทบหายใจไม่ออก น้ำตาไหลพรากลงมาเปียกไหล่เสื้อของเขา พ่อวิ่งตามมาและกอดทั้งคู่ไว้

"ลูกไปไหนมา! พ่อแม่กังวลมากเลย!" พ่อถามด้วยเสียงสั่น

"ลูก... ลูกไปเล่นซ่อนแอบ แล้วก็..." ปอนด์พูดตะกุกตะกัก ความเหนื่อยล้าเริ่มเข้าครอบงำ

"ไปเล่นที่ไหน? ทำไมไม่กลับมา?" แม่ถามขึ้น

"ลูกไปเล่นกับเพื่อน ไปซ่อนตัวอยู่ในบ่อน้ำหลังวัด ตอนลงไปก็มืดแล้ว ลูกก็หลับไป พอตื่นมาก็มืดมิดเลย เพื่อนๆ ไปไหนหมดแล้วเหรอครับ?"

คนรอบข้างเงียบไปชั่วขณะ หลวงพ่อเดินเข้ามาใกล้ มองปอนด์ด้วยสายตาแปลกๆ

"หนู... หนูว่าหนูไปที่บ่อน้ำหลังวัดเหรอ?" หลวงพ่อถามด้วยเสียงเครียดจัง

"ครับ หนูไปกับเพื่อนผู้หญิงคนหนึ่งชื่อทับทิม เธอชวนหนูลงไป หนูก็คุยกับเธอแล้วก็หลับไป พอตื่นมาเธอก็หายไป" ปอนด์เล่าให้ฟังด้วยความบริสุทธิ์ใจ

หลวงพ่อหันไปมองพ่อแม่ของปอนด์ ใบหน้าซีดขาว "นี่..." หลวงพ่อพูดช้าๆ "หนูหายไปสองวันสองคืนแล้ว ไม่ใช่แค่ค่ำคืนเดียว"

"อะไรนะครับ?" ปอนด์ตกใจ "สองวัน? แต่หนูแค่หลับไปนิดเดียว..."

"มา..." หลวงพ่อบอก "ตามหลวงพ่อมา มีบางอย่างที่หนูต้องรู้"

คณะคนเดินไปที่ป่าช้าหลังวัด ไฟฉายส่องไปตามทางเดิน บรรยากาศเงียบสงัดน่ากลัว มีเพียงเสียงเท้าเดินและเสียงแมลงตอนกลางคืน หลวงพ่อนำทางไปยังจุดหนึ่งที่ห่างจากบ่อน้ำประมาณ 20 เมตร

ที่นั่นมีโกศเก็บกระดูกตั้งอยู่ เล็กๆ ทาสีขาว มีชื่อจารึกไว้ หลวงพ่อส่องไฟไปที่โกศ

"นี่..." หลวงพ่อพูดเบาๆ "เป็นโกศเก็บกระดูกของเด็กหญิงที่ชื่อ...ทับทิม"

ปอนด์อ่านชื่อบนโกศ ตัวอักษรจางๆ แต่อ่านออกชัดเจน "เด็กหญิงทับทิม ศรีสุข" มีวันเกิดและวันตายจารึกไว้

"เธอคนนี้..." หลวงพ่อเล่าต่อ "ตกบ่อน้ำนั้นเมื่อสิบห้าปีที่แล้ว ตอนนั้นบ่อน้ำยังใช้งานอยู่ น้ำลึกมาก เธอไปเล่นคนเดียวแล้วตกลงไป จมน้ำตายในบ่อนั้น ทางวัดจึงถมบ่อและปิดฝาไว้ ไม่ให้มีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีก"

น้ำตาของปอนด์เริ่มไหลออกมา มือของเขาสั่นไปหมด "แต่... แต่หนูคุยกับเธอ เธอบอกชื่อเธอเอง เธอนั่งคุยกับหนูในบ่อนั้น..."

"ทับทิมคงเหงา..." หลวงพ่อพูดเบาๆ "เธอตายตัวคนเดียวในบ่อนั้น ไม่มีใครอยู่ด้วย ดวงวิญญาณของเธอคงยังอยู่ที่นั่น รอคนที่จะมาเล่นด้วย"

แม่กอดปอนด์ไว้แน่น "โชคดีที่ลูกกลับมา ถ้าลูกอยู่ในบ่อนั้นนานกว่านี้ อาจจะ..."

หลวงพ่อไม่พูดอะไรต่อ แต่ทุกคนเข้าใจในสิ่งที่ไม่ได้พูดออกมา

ปอนด์มองไปที่โกศอีกครั้ง เขานึกถึงเสียงหวานๆ ของทับทิม นึกถึงการสนทนาที่อบอุ่น นึกถึงประโยคสุดท้ายที่เธอพูด "ทับทิมจะดูแลให้..."

บางทีเธออาจจะพยายามดูแลเขาจริงๆ ด้วยวิธีของเธอเอง แม้ว่าเธอจะเป็นเพียงดวงวิญญาณที่ยังติดอยู่ในโลกนี้

วันรุ่งขึ้น หลวงพ่อจัดพิธีทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้กับทับทิม และสั่งให้ปิดทางเข้าไปยังป่าช้าหลังวัดไว้ชั่วคราว บ่อน้ำนั้นถูกปิดฝาและกลบด้วยดินจนมิดชิด มีการปักป้ายห้ามเข้าไว้

ปอนด์ยืนมองบ่อน้ำนั้นอีกครั้งก่อนจะกลับบ้าน เขาไหว้ทิศทางของบ่อ "ขอบคุณนะทับทิม ที่ไม่ทำร้ายฉัน ขอให้เธอไปเกิดใหม่ในภพชาติหน้านะ"

ลมพัดผ่านเบาๆ ใบไม้ร่วงหล่นลงมาสองสามใบ บางทีนั่นอาจเป็นการอำลาของทับทิม หรืออาจเป็นเพียงลมธรรมดาก็ได้

แต่ปอนด์รู้ว่า เขาจะไม่มีวันลืมคืนนั้น คืนที่เขาได้พบกับเพื่อนคนพิเศษ เพื่อนที่รอคอยมานานถึงสิบห้าปี เพื่อนที่แม้จะเป็นเพียงเงาแห่งอดีต แต่ก็ยังคงมีความรู้สึก มีความเหงา และมีความปรารถนาที่จะมีเพื่อนเล่นด้วย

เรื่องราวของบ่อน้ำและเด็กหญิงทับทิมกลายเป็นตำนานในหมู่บ้าน ผู้คนเล่าสืบต่อกันมา เตือนให้เด็กๆ อย่าไปเล่นในที่ห่างไกล อย่าไปตามคนแปลกหน้า และอย่าลืมว่าในโลกนี้มีหลายสิ่งที่เราไม่เข้าใจ สิ่งที่อยู่ระหว่างชีวิตกับความตาย ระหว่างความจริงกับความฝัน

ส่วนปอนด์ เขาเติบโตขึ้นพร้อมกับความทรงจำนั้น บางครั้งในคืนที่เงียบสงัด เขายังได้ยินเสียงหวานๆ ดังขึ้นในใจ "พี่ปอนด์... ทับทิมจะดูแลให้..."

และเขาก็รู้ว่า ที่ไหนสักแห่ง ทับทิมยังคงรอคอย รอวันที่จะได้ไปเกิดใหม่ รอวันที่จะได้มีเพื่อนเล่นด้วยอีกครั้งในชาติหน้า

จบ




0 $type={blogger}:

แสดงความคิดเห็น

👻 ฟังเรื่องหลอน
✅ รองรับ PC & Mobile
พร้อมใช้งาน
ขับเคลื่อนโดย Blogger.

ผู้ติดตาม

สั่งกล่องพัสดุ 750 ส่งฟรี

✨ 750 ส่งฟรี ✨
โลโก้ ตุ้ยคุ้ยเรื่องหลอน

บทความ

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

**คนออนไลน์:** ...
ตุ้ยคุ้ยเรื่องหลอน: รวมเรื่องผี เรื่องเล่าสยองขวัญ และตำนานอาถรรพ์ © 2013 Published By Gooyaabi Templates Supported by Best Blogger Templates and Premium Blog Templates - Web Design