1038_คำสาปจากศพทารก_กุมารทองเฮี้ยนจัดที่ต้องคืน

 เรื่องราวที่เรากำลังจะเล่าให้ฟังต่อไปนี้ ไม่ใช่เรื่องเล่าจากตำนานที่เลือนลาง ไม่ใช่เรื่องผีสางเทวดาที่ส่งต่อกันมาแบบปากต่อปาก หากแต่เป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นกับชายคนหนึ่ง ที่เคยหลงระเริงไปกับอำนาจมืด ที่ได้มาจากสิ่งของที่มนุษย์ไม่ควรจะสร้างขึ้นมาด้วยเจตนาอันไม่บริสุทธิ์ เขาคนนี้ชื่อ คุณพิทักษ์ อดีตนักธุรกิจหนุ่มไฟแรงที่ชีวิตพลิกผันจนต้องหันหน้าเข้าหาสิ่งลี้ลับเพื่อความอยู่รอด


คุณพิทักษ์เล่าให้ฟังว่า ช่วงนั้นธุรกิจของเขากำลังแย่ถึงขีดสุด หุ้นตก ขายของไม่ได้ ลูกค้าหดหาย จนเขาแทบจะหมดเนื้อหมดตัว ชีวิตที่เคยรุ่งเรืองกลับดิ่งลงเหวอย่างไม่เป็นท่า ความสิ้นหวังกัดกินจิตใจเขาจนไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งใคร เพื่อนฝูงต่างก็เริ่มตีตัวออกห่าง เมื่อเห็นว่าเขาไม่มีประโยชน์อีกต่อไป จนกระทั่งวันหนึ่ง ในช่วงเวลาที่มืดมิดที่สุด เขาได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับ "กุมารทอง" จากเพื่อนสนิทคนหนึ่งที่ปกติไม่เคยเชื่อเรื่องพวกนี้เลย แต่ครั้งนี้กลับเล่าด้วยน้ำเสียงจริงจัง แววตาที่เต็มไปด้วยความเชื่อมั่น จนทำให้คุณพิทักษ์เกิดความสงสัยและเริ่มสนใจ


เพื่อนของคุณพิทักษ์บอกว่า กุมารทองที่เขาได้ยินมาไม่ใช่กุมารทองที่บูชาทั่วไปตามบ้านเรือน แต่เป็น "กุมารทองที่สร้างจากศพทารก" โดยอาจารย์ไสยศาสตร์ที่เก่งกาจ ว่ากันว่ากุมารทองประเภทนี้มีอิทธิฤทธิ์แรงกล้ากว่ากุมารทองที่ทำจากผงพราย หรือไม้แกะสลักหลายเท่าตัว สามารถบันดาลโชคลาภ ค้าขายร่ำรวย ปกป้องคุ้มครอง และแม้กระทั่งเตือนภัยได้ เพื่อนบอกว่าอาจารย์ท่านนี้มีชื่อเสียงในเรื่องนี้มาก คนที่ไปหาท่านล้วนกลับมาด้วยความสำเร็จ แต่ก็ต้องแลกมาด้วยอะไรบางอย่างที่เพื่อนเองก็ไม่สามารถบอกได้ชัดเจนนัก


ความสิ้นหวังมันบีบคั้นให้คุณพิทักษ์ตัดสินใจเสี่ยง เขาคิดว่าในเมื่อไม่มีอะไรจะเสียแล้ว การลองดูสักครั้งคงไม่ทำให้แย่ไปกว่าเดิม เขาจึงขอให้เพื่อนพาไปหาอาจารย์ท่านนั้นทันที


อาจารย์สมศักดิ์เป็นชายวัยกลางคน รูปร่างผอมสูง ใบหน้าซีดเซียว ดวงตาคมกริบแต่กลับมีแววเศร้าสร้อยคล้ายคนที่ผ่านโลกมาอย่างโชกโชน บ้านของท่านตั้งอยู่กลางป่าลึก ห่างไกลจากความเจริญ บรรยากาศเงียบสงบจนวังเวง มีกลิ่นธูปปนกับกลิ่นสาบแปลกๆ ลอยมาเป็นระยะๆ เมื่อคุณพิทักษ์ก้าวเท้าเข้าไปในบ้าน ก็รู้สึกถึงความเย็นเยือกบางอย่างที่แทรกซึมเข้ามาในกระดูกสันหลัง เขาพยายามระงับความรู้สึกกังวลเอาไว้


"มาแล้วสินะ..." อาจารย์สมศักดิ์เอ่ยทักด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง ราวกับรู้ล่วงหน้าถึงการมาของคุณพิทักษ์แล้ว “รู้หรือเปล่าว่าสิ่งที่เจ้าต้องการนั้น มันต้องแลกมาด้วยอะไร”


คุณพิทักษ์พยักหน้า สีหน้ามุ่งมั่น "ผมพร้อมครับอาจารย์ ผมไม่มีอะไรจะเสียอีกแล้ว ผมขอแค่อย่างเดียว ขอให้ธุรกิจของผมกลับมาดีเหมือนเดิม"


อาจารย์สมศักดิ์มองสำรวจคุณพิทักษ์ตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก ก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆ แล้วพาคุณพิทักษ์เข้าไปในห้องด้านใน ห้องนั้นมืดทึบ มีแต่แสงเทียนริบหรี่ส่องสว่าง เห็นเป็นรูปปั้นกุมารทองตั้งเรียงรายอยู่บนหิ้งบูชาเต็มไปหมด แต่ที่น่าขนลุกคือรูปปั้นเหล่านั้นดูเก่าแก่ แต่ละองค์มีเครื่องประดับคล้ายเด็กจริง สภาพเหมือนผ่านการใช้งานมานาน บางองค์มีรอยคราบอะไรบางอย่างติดอยู่ดูน่าหวาดหวั่น และที่มุมหนึ่งของห้อง มีหีบไม้เก่าๆ วางอยู่


"กุมารทองที่เจ้าต้องการ ไม่เหมือนกุมารทองทั่วไป" อาจารย์สมศักดิ์เริ่มอธิบายด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา แต่ทุกคำพูดกลับก้องอยู่ในโสตประสาทของคุณพิทักษ์ "มันคือวิญญาณทารกที่ยังบริสุทธิ์ ที่ถูกนำมาปลุกเสกให้มีฤทธิ์เดช หากเจ้าต้องการให้มันช่วยเจ้า เจ้าจะต้องปฏิบัติต่อมันเหมือนลูกในไส้ ให้ความรัก ความเมตตา และที่สำคัญ...ห้ามทอดทิ้งมันเด็ดขาด"


อาจารย์สมศักดิ์เปิดหีบไม้ออก สิ่งที่คุณพิทักษ์เห็นทำให้เลือดในกายเขาเย็นวาบไปทั้งตัว ภายในหีบนั้น มีห่อผ้าขาวห่อหนึ่งวางอยู่ อาจารย์ค่อยๆ คลี่ผ้าออก เผยให้เห็นกุมารทององค์หนึ่ง รูปร่างเหมือนเด็กทารกที่เพิ่งคลอด แต่ที่น่าสะพรึงกลัวคือ มันไม่ได้เป็นรูปปั้นแกะสลัก แต่เป็นเหมือนร่างกายจริงที่ผ่านการทำพิธีบางอย่างจนแห้งและแข็ง บรรจุอยู่ในน้ำมันบางชนิด ตัวกุมารทองมีสีคล้ำ ผิวหนังเหี่ยวย่น ตาเบิกโพลงคล้ายกำลังมองตรงมาที่เขา ใบหน้าไม่ได้น่ารักน่าเอ็นดูเหมือนตุ๊กตาเด็ก แต่กลับดูชวนขนหัวลุก บอกไม่ถูกว่ารู้สึกอย่างไร ทั้งกลัว ทั้งสงสาร ทั้งอยากวิ่งหนีไปให้ไกลที่สุด


อาจารย์บอกว่ากุมารทององค์นี้ชื่อ "น้องไข่" เป็นวิญญาณของเด็กผู้หญิงที่เสียชีวิตตั้งแต่ยังไม่ลืมตาดูโลก อาจารย์เล่าถึงกรรมวิธีในการสร้างกุมารทองอย่างละเอียดลออ ว่าต้องไปรับศพทารกมาจากที่ไหน ต้องทำพิธีปลุกเสกด้วยคาถาอาคมโบราณอย่างไร ต้องใช้เครื่องเซ่นสังเวยอะไรบ้าง เพื่อให้วิญญาณทารกยอมมาสถิตอยู่ในกายทิพย์ และยอมช่วยเหลือผู้เป็นเจ้าของ ทุกขั้นตอนที่อาจารย์เล่ามานั้นเต็มไปด้วยความพิถีพิถัน และความเชื่อที่หยั่งรากลึกในไสยศาสตร์โบราณ


คุณพิทักษ์ฟังด้วยความรู้สึกผสมปนเปกัน ทั้งกลัว ทั้งทึ่ง แต่ความโลภและความสิ้นหวังกลับมีมากกว่า เมื่ออาจารย์ยื่นกุมารทองน้องไข่ให้ เขาประคองรับมาด้วยมือที่สั่นเทา กลิ่นสาบที่โชยมากับน้องไข่ทำให้เขารู้สึกคลื่นไส้เล็กน้อย แต่เขาก็พยายามควบคุมตัวเอง อาจารย์กำชับย้ำเรื่องการดูแลน้องไข่ และข้อห้ามต่างๆ รวมถึงพิธีกรรมเล็กๆ น้อยๆ ที่ต้องทำทุกวัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง "ห้ามให้น้องไข่หิว" และ "ต้องคุยกับน้องไข่ทุกวันเหมือนคุยกับลูก"


เมื่อกลับมาถึงบ้าน คุณพิทักษ์จัดหิ้งบูชาให้น้องไข่อย่างดีตามที่อาจารย์บอก ทุกคืนก่อนนอน เขาจะพูดคุยกับน้องไข่ เล่าเรื่องราวต่างๆ ให้ฟัง และบอกความต้องการของเขา แรกๆ คุณพิทักษ์ก็ยังรู้สึกแปลกๆ กับการทำแบบนี้ แต่หลังจากผ่านไปไม่กี่วัน สิ่งมหัศจรรย์ก็เริ่มเกิดขึ้น


ลูกค้าที่ไม่เคยติดต่อกลับมานานหลายเดือน โทรศัพท์เข้ามาสั่งของ ธุรกิจที่ซบเซาเริ่มมีชีวิตชีวาขึ้นมาอย่างไม่น่าเชื่อ เงินทองเริ่มไหลมาเทมาอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน คุณพิทักษ์ดีใจมาก เขารู้สึกเหมือนได้เกิดใหม่ โชคลาภเข้ามาไม่ขาดสาย ราวกับว่าน้องไข่ได้บันดาลทุกสิ่งทุกอย่างให้สมปรารถนา


แต่ควบคู่ไปกับโชคลาภที่ได้รับ ก็มีสิ่งแปลกประหลาดบางอย่างเกิดขึ้นในบ้าน เสียงหัวเราะคิกคักของเด็กน้อยในยามวิกาล ทั้งที่บ้านมีเขาอยู่คนเดียว บางครั้งได้ยินเสียงฝีเท้าเล็กๆ เดินไปมาบนพื้นไม้เก่าๆ ในห้องนอน สิ่งของที่วางอยู่เฉยๆ กลับเลื่อนไปเอง คุณพิทักษ์พยายามปลอบตัวเองว่าคงคิดไปเอง อาจจะเป็นเสียงลม หรือเสียงหนูวิ่งเล่น แต่ลึกๆ ในใจ เขารู้ดีว่านั่นคือน้องไข่


วันหนึ่ง ขณะที่คุณพิทักษ์กำลังทำงานอยู่ในห้องทำงาน จู่ๆ เขาก็ได้ยินเสียงเด็กผู้หญิงกระซิบเรียกชื่อเขาเบาๆ อยู่ข้างหู "พ่อจ๋า...พ่อจ๋า..." คุณพิทักษ์ขนลุกซู่ไปทั้งตัว เขารีบหันกลับไปมอง แต่ก็ไม่พบใคร เขาพยายามตั้งสติ และเดินไปที่หิ้งบูชาน้องไข่ จุดธูป บอกกล่าวขอขมาน้องไข่ และขอให้น้องไข่อย่าทำให้เขาตกใจอีกเลย หลังจากนั้น เสียงแปลกๆ ก็เงียบหายไปพักใหญ่


ทว่าความเฮี้ยนของน้องไข่ก็ไม่ได้หายไปไหน เพียงแต่เปลี่ยนรูปแบบไปเท่านั้น แทนที่จะส่งเสียงให้ได้ยิน น้องไข่เริ่มปรากฏตัวให้เห็นในเงาแวบๆ บางทีก็เป็นเงาเด็กยืนอยู่ตรงปลายเตียงในยามค่ำคืน บางทีก็เห็นน้องไข่วิ่งเล่นอยู่กลางห้องนั่งเล่นในมุมมืดๆ แสงจันทร์สาดส่องเข้ามาทางหน้าต่างพอดิบพอดี ทำให้ภาพที่เห็นดูหลอนและไม่จริง เสียงร้องไห้ของเด็กเล็กๆ แว่วมาให้ได้ยินในยามที่เขาอยู่คนเดียวในบ้านบ่อยขึ้นเรื่อยๆ คุณพิทักษ์เริ่มนอนไม่หลับ เขารู้สึกเหมือนมีสายตาคู่หนึ่งจ้องมองเขาอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะอยู่ในห้องไหนของบ้านก็ตาม เขาพยายามไม่ใส่ใจ แต่ความรู้สึกเย็นวาบที่หลังคอ และกลิ่นสาบเฉพาะตัวของน้องไข่ที่โชยมาเป็นระยะๆ ก็ทำให้เขารู้สึกอึดอัดจนแทบจะหายใจไม่ออก


ยิ่งนานวันเข้า คุณพิทักษ์ก็ยิ่งหวาดกลัว เขากลัวน้องไข่ ไม่ใช่กลัวแบบผีทั่วไป แต่เป็นความกลัวที่มาพร้อมกับความรู้สึกผิดบาป ความรู้สึกว่าเขาได้ทำอะไรบางอย่างที่ไม่ถูกต้องลงไป น้องไข่เหมือนจะเริ่ม "เรียกร้อง" มากขึ้น จากที่เคยเห็นเป็นเงาแวบๆ ก็เริ่มเห็นชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ บางครั้งน้องไข่ก็มาปรากฏตัวในความฝัน ฝันร้ายที่เขาเห็นตัวเองกำลังอุ้มเด็กทารกที่ตัวเย็นเฉียบ ไม่มีลมหายใจ ดวงตาที่เบิกกว้างจ้องมองเขาเขม็ง ราวกับจะกล่าวโทษว่าเขาคือต้นเหตุแห่งการถูกพรากจากโลกนี้ไป คุณพิทักษ์ตื่นขึ้นมากลางดึกด้วยความหวาดผวา เหงื่อกาฬไหลท่วมตัว หัวใจเต้นระรัว


จนกระทั่งวันหนึ่ง เหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น คุณพิทักษ์กำลังนอนหลับอยู่บนเตียง จู่ๆ เขาก็รู้สึกเหมือนมีน้ำหนักกดทับอยู่บนหน้าอก เมื่อลืมตาขึ้นมา สิ่งที่เห็นคือร่างเล็กๆ ของน้องไข่กำลังนั่งทับอยู่บนตัวเขา ดวงตาของน้องไข่จ้องมองเขาด้วยแววตาที่ว่างเปล่า แต่กลับแฝงไว้ด้วยความรู้สึกอาฆาตบางอย่าง คอเสื้อของน้องไข่เปียกชุ่มไปด้วยคราบน้ำสีแดงคล้ายเลือดที่ยังสดใหม่ คุณพิทักษ์กรีดร้องออกมาด้วยความตกใจสุดขีด พยายามปัดป่ายให้น้องไข่ออกไปจากตัว แต่ร่างเล็กๆ นั้นกลับหนักอึ้งราวกับหิน น้องไข่โน้มตัวลงมาใกล้เรื่อยๆ จนใบหน้าซีดเซียวของน้องไข่อยู่ห่างจากใบหน้าของคุณพิทักษ์ไม่กี่นิ้ว กลิ่นสาบเน่าคลุ้งเข้ามาจนเขารู้สึกจะอ้วก


"พ่อจ๋า...น้องหิว..." เสียงกระซิบเย็นเยียบดังขึ้นข้างหูคุณพิทักษ์ ร่างกายของเขาสั่นสะท้านด้วยความกลัว น้องไข่ค่อยๆ ยื่นมือเล็กๆ เย็นเฉียบมาลูบไล้ที่แก้มของเขา คุณพิทักษ์รู้สึกเหมือนหัวใจจะหยุดเต้น เขาพยายามรวบรวมแรงเฮือกสุดท้ายผลักร่างของน้องไข่ออกไป ร่างนั้นจึงหายวับไปในความมืด พร้อมกับความรู้สึกหนักอึ้งบนหน้าอกที่หายไป คุณพิทักษ์ล้มตัวลงนอนหอบหายใจด้วยความหวาดกลัว เขาตัวสั่นไปทั้งตัว น้ำตาคลอเบ้า เขาเพิ่งตระหนักว่า สิ่งที่เขาบูชาอยู่นั้น ไม่ใช่แค่ดวงวิญญาณเด็กน้อยไร้เดียงสาอีกต่อไป แต่มันเริ่มกลายเป็นสิ่งที่น่ากลัว และอันตรายเกินกว่าที่เขาจะควบคุมได้


หลังจากเหตุการณ์คืนนั้น คุณพิทักษ์ก็ตัดสินใจทันทีว่าเขาจะต้อง "คืน" น้องไข่ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม เขาไม่สามารถอยู่ร่วมกับสิ่งนี้ได้อีกต่อไปแล้ว เขายอมที่จะกลับไปเป็นคนล้มเหลว ล้มละลาย ดีกว่าต้องมาใช้ชีวิตอยู่กับความหวาดผวาอย่างนี้ทุกวัน เขาแทบจะรอให้เช้าไม่ไหว เมื่อแสงอาทิตย์เริ่มสาดส่องเข้ามา เขาไม่รอช้า รีบเดินทางกลับไปหาอาจารย์สมศักดิ์ทันที


เมื่อมาถึงบ้านของอาจารย์สมศักดิ์ คุณพิทักษ์แทบจะถลาเข้าไปเล่าเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นให้อาจารย์ฟังอย่างร้อนรน ใบหน้าซีดเผือด ตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว


อาจารย์สมศักดิ์ฟังอย่างเงียบๆ สีหน้าเรียบเฉยเหมือนเช่นเคย เมื่อคุณพิทักษ์เล่าจบ อาจารย์ก็ถอนหายใจออกมาอีกครั้ง "ข้าบอกเจ้าแล้วไม่ใช่หรือ ว่าห้ามทอดทิ้งมัน... และห้ามปล่อยให้มันหิว สิ่งที่เจ้ากำลังประสบอยู่ คือผลจากการที่เจ้าละเลยมัน"


คุณพิทักษ์ก้มหน้ารับสารภาพว่าเขาพยายามทำทุกอย่างแล้ว แต่ความกลัวมันเข้าครอบงำ จนเขาไม่สามารถปฏิบัติต่อน้องไข่ได้เหมือนเดิมอีกต่อไป เขาจึงตัดสินใจที่จะนำน้องไข่มาคืน "ผมไม่ไหวแล้วอาจารย์ ผมขอคืนน้องไข่เถอะครับ ผมไม่ต้องการแล้ว"


อาจารย์สมศักดิ์มองคุณพิทักษ์ด้วยแววตาคล้ายจะสงสาร "การจะคืนของพวกนี้มันไม่ง่ายเหมือนตอนรับไปนะพิทักษ์ วิญญาณมันได้ผูกพันกับเจ้าแล้ว ยิ่งผูกพันมากเท่าไหร่ การพรากจากกันก็ยิ่งยากเท่านั้น"


อาจารย์สมศักดิ์ใช้เวลาหลายชั่วโมงในการทำพิธีถอนถอนวิญญาณออกจากร่างกุมารทอง และทำการปลดปล่อยวิญญาณของน้องไข่ให้เป็นอิสระตลอดไป คุณพิทักษ์นั่งมองพิธีด้วยใจจดจ่อ แต่ก็ยังรู้สึกหวาดระแวงอยู่ลึกๆ เขายังคงได้ยินเสียงกระซิบแผ่วๆ และเห็นเงาแวบๆ อยู่รอบตัวตลอดเวลา


ในระหว่างพิธี จู่ๆ ก็มีลมพัดโชยเข้ามาอย่างรุนแรง พัดเทียนไขจนดับลงไปหลายเล่ม ข้าวของบนหิ้งบูชาสั่นสะเทือน เสียงหวีดหวิวคล้ายเสียงเด็กผู้หญิงร้องไห้ดังขึ้นจากทั่วสารทิศ เล่นเอาคุณพิทักษ์ขนหัวลุกไปทั้งตัว อาจารย์สมศักดิ์พยายามตั้งสมาธิท่องคาถาอย่างต่อเนื่อง ใบหน้าของอาจารย์เริ่มมีเหงื่อผุดพรายออกมา และดูอ่อนแรงลงเรื่อยๆ ราวกับกำลังต่อสู้กับพลังงานบางอย่างที่มองไม่เห็น


คุณพิทักษ์สัมผัสได้ถึงแรงอาฆาตที่แผ่ออกมาจากร่างกุมารทองตรงหน้า แรงกดดันที่มองไม่เห็นนี้ถาโถมเข้ามาใส่เขาอย่างรุนแรง จนแทบจะหายใจไม่ออก เขารู้สึกปวดหัวอย่างรุนแรง และมีภาพของเด็กทารกในความฝันย้อนกลับมาหลอกหลอนในหัวอย่างไม่หยุดหย่อน เขากำลังจะได้เป็นอิสระจากมันแล้ว แต่ดูเหมือนว่าน้องไข่ยังไม่ยอมปล่อยเขาไปง่ายๆ


เมื่อพิธีจบลง อาจารย์สมศักดิ์ก็ทรุดตัวลงกับพื้นด้วยความอ่อนเพลีย คุณพิทักษ์รีบเข้าไปประคอง "อาจารย์ครับ...อาจารย์เป็นอะไรไปครับ"


อาจารย์สมศักดิ์หอบหายใจแรง "มัน...มันอาฆาตแค้นมากพิทักษ์ มันไม่ต้องการจากเจ้าไปเลยแม้แต่น้อย แต่ข้าก็ปลดปล่อยมันแล้ว เจ้าไปได้แล้วพิทักษ์ อย่าได้หันกลับมาข้องเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้อีกเลยนะ"


คุณพิทักษ์กราบขอบคุณอาจารย์สมศักดิ์ด้วยความสำนึกในบุญคุณ เขาเดินทางกลับบ้านด้วยความรู้สึกโล่งใจ แต่ก็ยังคงมีความหวาดระแวงอยู่ลึกๆ ว่าน้องไข่จะยังคงตามเขามา


หลังจากนั้น ชีวิตของคุณพิทักษ์ก็กลับไปสู่จุดที่เริ่มต้นใหม่ เขาล้มละลาย แต่ก็ไม่มีสิ่งลี้ลับมาตามรบกวนอีกต่อไป เขาเริ่มสร้างเนื้อสร้างตัวขึ้นมาใหม่จากศูนย์ ด้วยแรงกายแรงใจของตัวเอง แม้จะลำบากกว่าเดิมหลายเท่า แต่เขากลับรู้สึกสงบใจมากกว่าที่เคยมีเงินทองมากมายเสียอีก ทุกวันนี้คุณพิทักษ์ยังคงระลึกถึงเรื่องราวของน้องไข่เสมอ มันเป็นบทเรียนที่สำคัญที่สุดในชีวิตของเขา บทเรียนที่สอนให้เขารู้ว่า "ทางลัด" ที่ได้มาด้วยการก้าวข้ามเส้นศีลธรรม หรือสิ่งที่ผิดธรรมชาติ มักจะนำมาซึ่งราคาที่ต้องจ่ายแพงกว่าที่คิดเสมอ


บางที ชีวิตคนเราไม่จำเป็นต้องมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่สร้างมาจากความตายเพื่อช่วยนำทางให้รุ่งเรืองเสมอไป การใช้ชีวิตด้วยความพยายาม สติปัญญา และความซื่อสัตย์ อาจจะดูช้ากว่า แต่กลับมั่นคง และไม่ต้องแลกมาด้วยความหวาดกลัว หรือความรู้สึกผิดบาปไปตลอดชีวิต


เรื่องราวของคุณพิทักษ์เป็นเพียงหนึ่งในหลายๆ เรื่อง ที่สะท้อนให้เห็นถึงอันตรายของการหลงใหลในอำนาจมืด การแสวงหาโชคลาภด้วยวิธีที่ไม่ถูกต้อง อาจจะนำมาซึ่งความสำเร็จเพียงชั่วคราว แต่สุดท้ายแล้ว สิ่งที่ต้องจ่ายกลับเป็นความสุขสงบในจิตใจ และความปลอดภัยในชีวิต แล้วคุณล่ะ? จะเลือกเส้นทางไหน?


เมื่อเราได้รู้เรื่องราวของกุมารทองจากศพทารกที่เฮี้ยนจัดจนต้องคืนกันไปแล้ว ในตอนหน้า เราจะเจาะลึกไปอีกด้านหนึ่งของความเชื่อเรื่องกุมารทองที่แตกต่างออกไป ที่ไม่ได้เกี่ยวกับไสยศาสตร์มืด แต่เป็นเรื่องราวที่ซับซ้อนยิ่งกว่า ที่เกี่ยวกับ "ความรัก" และ "การพรากจาก" ของแม่และลูก ความจริงที่ว่า บางครั้ง วิญญาณของเด็กไม่ได้ต้องการสิ่งใดนอกจากความรักและความเข้าใจ แล้วจะเกิดอะไรขึ้น เมื่อความรักนั้นแปรเปลี่ยนเป็นความผูกพันที่หลอนหลอน? โปรดติดตาม...

0 $type={blogger}:

แสดงความคิดเห็น

👻 ฟังเรื่องหลอน
✅ รองรับ PC & Mobile
พร้อมใช้งาน
ขับเคลื่อนโดย Blogger.

ผู้ติดตาม

สั่งกล่องพัสดุ 750 ส่งฟรี

✨ 750 ส่งฟรี ✨
โลโก้ ตุ้ยคุ้ยเรื่องหลอน

บทความ

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

**คนออนไลน์:** ...
ตุ้ยคุ้ยเรื่องหลอน: รวมเรื่องผี เรื่องเล่าสยองขวัญ และตำนานอาถรรพ์ © 2013 Published By Gooyaabi Templates Supported by Best Blogger Templates and Premium Blog Templates - Web Design