1019_พิธีผูกจิต_เมื่อหุ่นขี้ผึ้งหลอมรวมหัวใจ_แต่แลกมาด้วยอะไร

หลายคนคงเคยได้ยินเรื่องเล่าขานเกี่ยวกับพิธีกรรมโบราณที่อ้างว่าสามารถดึงดูดใจคนรักให้กลับมา หรือแม้แต่ทำให้คนที่หมายปองตกหลุมรักหัวปักหัวปำ ไม่ว่าจะเป็นการใช้มนต์ดำ มนต์ขาว หรือพลังงานบางอย่างที่มองไม่เห็น ในบรรดาเรื่องเล่าเหล่านั้น มีพิธีหนึ่งที่มักจะถูกหยิบยกมาพูดถึงบ่อยครั้ง นั่นคือ “พิธีผูกจิต” ด้วยการใช้ “หุ่นขี้ผึ้ง” ที่ปั้นขึ้นมาด้วยมือ หุ่นที่ถูกแต่งแต้มด้วยความหวัง ความปรารถนา และบางที…อาจจะผสมด้วยความมืดมิดในจิตใจ


คำถามที่ผุดขึ้นมาเสมอเมื่อพูดถึงเรื่องเหล่านี้คือ นี่คือไสยศาสตร์สายขาวที่ใช้พลังงานบริสุทธิ์ในการเรียกความรัก หรือเป็นไสยศาสตร์สายดำที่บงการจิตใจผู้อื่น? เส้นแบ่งระหว่างความขาวกับความดำนั้นมันบางเพียงใด และเมื่อเราตัดสินใจก้าวข้ามเส้นนั้นไปแล้ว สิ่งที่เราจะได้กลับมานั้นคุ้มค่าจริงหรือ? วันนี้ผมจะพาคุณไปฟังเรื่องราวของชายคนหนึ่ง ที่ได้เข้าไปพัวพันกับพิธีผูกจิตนี้ เพื่อไขว่คว้าความรักที่เขาคิดว่าสูญเสียไป


ติณห์ ชายหนุ่มวัยสามสิบต้นๆ ที่ใช้ชีวิตเรียบง่ายในเมืองใหญ่ เขามีคนรักที่คบหากันมานานหลายปี ชื่อว่า แพรว ทั้งคู่เป็นคู่ที่ใครๆ ต่างก็อิจฉาในความเข้าใจและความผูกพันที่แน่นแฟ้น แต่แล้ววันหนึ่ง ทุกสิ่งทุกอย่างก็พังทลายลง แพรวบอกเลิกกับติณห์ด้วยเหตุผลว่า “เราไปกันไม่ได้อีกแล้ว” คำพูดเพียงไม่กี่คำนั้นเหมือนฟ้าผ่าลงกลางใจของติณห์ เขาพยายามยื้อ พยายามขอร้องทุกวิถีทาง แต่แพรวก็ยังคงยืนยันในเจตนาเดิม และเดินจากไปจากชีวิตของเขาอย่างไม่ใยดี


วันเวลาหลังจากนั้นของติณห์เต็มไปด้วยความว่างเปล่า ความเศร้ากัดกินจิตใจของเขาจนไม่เหลือเรี่ยวแรงจะทำอะไร เขาเฝ้าแต่คิดถึงแพรว คิดถึงวันเก่าๆ และพยายามหาเหตุผลว่าทำไมความรักที่เขาคิดว่ามั่นคงถึงได้พังทลายลงอย่างไม่เหลือชิ้นดี เขากินไม่ได้ นอนไม่หลับ ร่างกายซูบผอมลงอย่างเห็นได้ชัด เพื่อนฝูงรอบข้างต่างพากันเป็นห่วง พยายามปลอบใจและชวนเขาออกไปใช้ชีวิต แต่ในใจของติณห์มันรู้สึกเหมือนถูกฉีกขาดออกเป็นเสี่ยงๆ เขาไม่ต้องการใคร นอกจากแพรว


ความสิ้นหวังค่อยๆ กัดกินจิตใจของติณห์ จนกระทั่งวันหนึ่ง ในขณะที่เขากำลังไถหน้าจอโซเชียลมีเดียอย่างไร้จุดหมาย เขาก็สะดุดเข้ากับโพสต์หนึ่ง โพสต์นั้นเป็นภาพของหุ่นขี้ผึ้งขนาดเล็ก พร้อมกับข้อความที่เขียนว่า “อยากได้คนรักกลับมา? อยากให้คนที่คุณปรารถนาหลงรักคุณจนหมดใจ? พิธีผูกจิตด้วยหุ่นขี้ผึ้งปั้นมือ ช่วยคุณได้”


ในตอนแรก ติณห์รู้สึกขำขันกับความงมงายเหล่านี้ แต่เมื่อความสิ้นหวังถึงขีดสุด อะไรที่ดูไร้สาระก็เริ่มดูมีน้ำหนักขึ้นมาบ้าง เขานั่งจ้องภาพหุ่นขี้ผึ้งนั้นอยู่นาน หัวใจเต้นรัวด้วยความรู้สึกที่ผสมปนเปกัน ทั้งความสงสัย ความหวัง และความกลัว เขาใช้เวลาคิดทบทวนอยู่นานหลายวัน จนในที่สุด ความปรารถนาที่จะได้แพรวกลับคืนมาก็เอาชนะความลังเลทั้งหมด


ติณห์ตัดสินใจติดต่อเจ้าของโพสต์นั้น เขาได้รับคำแนะนำให้เดินทางไปยังสำนักแห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่ห่างไกลจากตัวเมือง มันเป็นสถานที่ที่ปกคลุมไปด้วยความลึกลับ ต้นไม้ใหญ่ปกคลุมจนร่มครึ้ม แสงแดดส่องลงมาได้เพียงรำไร อากาศรอบตัวเย็นยะเยือกจนขนลุก บรรยากาศเงียบสงัดจนได้ยินเพียงเสียงใบไม้เสียดสีกันตามแรงลม และเสียงหัวใจของติณห์ที่เต้นระรัวด้วยความตื่นเต้นและหวาดกลัว


เมื่อติณห์เดินเข้าไปในสำนัก เขาพบกับอาจารย์สุพจน์ ชายวัยกลางคนที่มีแววตาคมกริบแต่กลับเปี่ยมไปด้วยความสงบ อาจารย์นั่งนิ่งอยู่กลางห้องที่ประดับประดาไปด้วยเครื่องรางของขลังและรูปปั้นแปลกตามากมาย กลิ่นธูปและกำยานอบอวลไปทั่ว อาจารย์สุพจน์มองติณห์ด้วยสายตาที่เหมือนจะมองทะลุเข้าไปในจิตใจ ติณห์รู้สึกเหมือนไม่มีอะไรจะปิดบังได้เลย


"มาด้วยเรื่องอะไรล่ะโยม" เสียงของอาจารย์สุพจน์ทุ้มต่ำและกังวาน ทำให้ติณห์รู้สึกเย็นวาบไปทั้งตัว

"ผม...ผมอยากให้คนรักกลับมาครับอาจารย์" ติณห์ตอบเสียงสั่นๆ "เธอทิ้งผมไป ผมไม่รู้จะทำยังไงแล้ว"

อาจารย์สุพจน์หลับตาลงช้าๆ เหมือนกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง ก่อนจะลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง

"พิธีผูกจิตไม่ใช่เรื่องเล่นๆ นะโยม มันเกี่ยวข้องกับพลังงานที่ละเอียดอ่อน และมีทั้งคุณและโทษ" อาจารย์สุพจน์กล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง "โยมแน่ใจหรือว่าต้องการจะทำ"

"ผมแน่ใจครับอาจารย์ ผมต้องการแพรวกลับมาจริงๆ" ติณห์ยืนยันหนักแน่น แม้ในใจจะมีความกลัวเกาะกุมอยู่บ้าง


อาจารย์สุพจน์อธิบายถึงขั้นตอนของพิธีผูกจิตด้วยหุ่นขี้ผึ้งให้ติณห์ฟังอย่างละเอียด มันไม่ใช่แค่การปั้นหุ่นขึ้นมาเฉยๆ แต่ต้องใช้ขี้ผึ้งบริสุทธิ์ที่ผ่านการปลุกเสก ต้องผสมมวลสารบางอย่างที่อาจารย์เตรียมไว้ให้ รวมถึงสิ่งของส่วนตัวของคนรัก เช่น เส้นผม เล็บ หรือเสื้อผ้าที่เคยสวมใส่ เพื่อเป็นสื่อเชื่อมโยงพลังงาน ติณห์ต้องเป็นผู้ปั้นหุ่นขี้ผึ้งนั้นขึ้นมาด้วยมือของตัวเอง โดยจินตนาการถึงใบหน้า รูปร่าง และความรักที่เขามีต่อแพรวในทุกๆ ขั้นตอน


"หุ่นขี้ผึ้งนี้จะเป็นตัวแทนของจิตวิญญาณของแพรว" อาจารย์สุพจน์อธิบาย "เมื่อโยมปั้นเสร็จแล้ว เราจะทำพิธีผูกจิต บรรจุความปรารถนาของโยมลงไปในหุ่น และส่งพลังงานนั้นไปถึงแพรว เพื่อให้เธอกลับมาหาโยมอีกครั้ง"

อาจารย์สุพจน์ยังเตือนติณห์อีกว่า "การทำพิธีแบบนี้เป็นการเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเจตจำนงเสรีของผู้อื่น ถึงแม้บางคนจะมองว่าเป็นสายขาว เพราะไม่ได้หวังร้าย แต่ในอีกแง่หนึ่ง มันก็คือการบงการ ทำให้ผู้อื่นทำในสิ่งที่เขาอาจไม่ได้ต้องการจริงๆ โยมต้องรับผิดชอบต่อผลที่จะตามมาทั้งหมดนะ"


คำเตือนของอาจารย์สุพจน์ทำให้ติณห์รู้สึกหนักใจ แต่ความปรารถนาที่จะได้แพรวกลับมานั้นมันยิ่งใหญ่กว่าสิ่งอื่นใด เขาพยักหน้าและตอบตกลงที่จะทำพิธี


ตลอดระยะเวลาหลายชั่วโมง ติณห์บรรจงปั้นหุ่นขี้ผึ้งตัวเล็กๆ ด้วยมือของตัวเอง แต่ละส่วนที่เขาสร้างขึ้นมา เขาจินตนาการถึงแพรว ใบหน้าของเธอ รอยยิ้มของเธอ แววตาที่เคยมีให้เขา ความทรงจำเก่าๆ ผุดขึ้นมาไม่หยุดหย่อน เขานำเส้นผมของแพรวที่เคยเก็บไว้ในกระเป๋าสตางค์มาฝังลงไปในส่วนศีรษะของหุ่น นำชิ้นส่วนเสื้อผ้าที่แพรวเคยใส่มาแนบติดที่ตัวหุ่น เขารู้สึกเหมือนกำลังใส่จิตวิญญาณของแพรวลงไปในหุ่นขี้ผึ้งที่กำลังจะสมบูรณ์นี้


เมื่อหุ่นขี้ผึ้งถูกปั้นขึ้นมาจนสำเร็จ อาจารย์สุพจน์ก็เริ่มทำพิธีผูกจิต ท่านบริกรรมคาถาด้วยเสียงที่ทุ้มต่ำและสั่นสะเทือนไปทั่วห้อง ติณห์นั่งอยู่ตรงหน้าหุ่นขี้ผึ้งตัวนั้น มองเปลวเทียนที่สั่นไหวและกลิ่นกำยานที่ฟุ้งกระจายไปทั่ว ในใจเขารู้สึกถึงพลังงานบางอย่างที่กำลังไหลเวียน ความรู้สึกทั้งตื่นเต้น หวัง และกลัวปะปนกันไป เขาไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นหลังจากนี้


ผ่านไปไม่กี่วัน...สิ่งที่ไม่น่าเชื่อก็เริ่มเกิดขึ้น


แพรว...เธอติดต่อกลับมาหาติณห์จริงๆ ข้อความแรกที่ส่งมาคือ "สบายดีไหม" ติณห์แทบจะหยุดหายใจด้วยความดีใจ เขาตอบกลับไปอย่างรวดเร็ว และหลังจากนั้น การสนทนาของทั้งคู่ก็กลับมาอีกครั้ง จากข้อความ กลายเป็นโทรศัพท์ และในที่สุด แพรวก็ยอมกลับมาพบกับติณห์


วันแรกที่ได้พบกันอีกครั้ง ติณห์รู้สึกเหมือนความสุขกลับมาเต็มเปี่ยมในชีวิต แพรวดูเหมือนคนเดิม แต่ก็มีอะไรบางอย่างที่เปลี่ยนไปเล็กน้อย เธอไม่ได้ดูร่าเริงสดใสเหมือนเมื่อก่อน แววตาของเธอดูล่องลอยและบางครั้งก็เหมือนกำลังคิดอะไรบางอย่างอยู่ลึกๆ ติณห์ไม่ได้ใส่ใจนักในตอนแรก เขาคิดว่าอาจเป็นเพราะช่วงเวลาที่ห่างกันไปทำให้แพรวเปลี่ยนไปบ้าง แต่เขาก็ยังคงดีใจที่เธอกลับมา


หลังจากนั้นไม่นาน แพรวก็ตัดสินใจกลับมาคบกับติณห์อีกครั้ง ติณห์ดีใจมาก เขารู้สึกเหมือนได้ชีวิตกลับคืนมา แต่ความสุขนั้นมันไม่ได้บริสุทธิ์เหมือนเมื่อก่อน


แพรวเริ่มแสดงพฤติกรรมบางอย่างที่ทำให้ติณห์รู้สึกแปลกใจ เธอติดติณห์มากเกินไป ต้องการอยู่ใกล้ชิดเขาตลอดเวลา เหมือนกลัวการพลัดพราก บางครั้งเธอก็ดูเหมือนไม่มีความคิดเป็นของตัวเอง มักจะตามใจติณห์ทุกอย่างอย่างไม่ตั้งคำถาม แววตาของเธอไม่ได้เต็มไปด้วยประกายแห่งความรักและความสนุกสนานเหมือนเมื่อก่อน แต่มันกลับดูเหมือนถูกสะกดไว้ เหมือนตุ๊กตาที่ถูกชักใย และที่สำคัญที่สุด แพรวดูเหมือนจะไม่มีความสุขที่แท้จริงอยู่ในตัวเธออีกแล้ว


ติณห์เริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติ เขาเริ่มตั้งคำถามกับตัวเอง นี่คือแพรวคนเดิมที่เขารักจริงๆ หรือเปล่า? ความรักที่เขากำลังได้รับนี้มันเป็นความรักที่แท้จริง หรือเป็นเพียงผลจากพิธีผูกจิตที่เขาทำลงไป? เขามองดูหุ่นขี้ผึ้งตัวเล็กๆ ที่เขายังคงเก็บไว้อย่างดี ความรู้สึกผิดเริ่มก่อตัวขึ้นในใจ


เขานึกถึงคำพูดของอาจารย์สุพจน์ที่ว่า "เป็นการบงการ ทำให้ผู้อื่นทำในสิ่งที่เขาอาจไม่ได้ต้องการจริงๆ" ติณห์รู้สึกเหมือนกำลังกักขังวิญญาณของแพรวไว้ในกรง เขาไม่ได้รักแพรวในฐานะมนุษย์ที่มีชีวิตจิตใจ มีอิสระในการเลือก แต่เขากำลังผูกมัดเธอไว้ด้วยอำนาจบางอย่างที่เขาก็ไม่เข้าใจถ่องแท้


ความสุขที่เคยมีในตอนแรกเริ่มจางหายไป กลายเป็นความรู้สึกว่างเปล่าและความรู้สึกผิด ติณห์มองแพรวที่นั่งอยู่ข้างๆ เธอสบตาเขาด้วยแววตาที่ว่างเปล่า ความรู้สึกของเขามันเจ็บปวดเหลือเกิน เขาได้คนรักกลับคืนมาจริง แต่ไม่ใช่แพรวคนเดิมที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวาและความฝันร่วมกับเขา


ในที่สุด ติณห์ตัดสินใจกลับไปหาอาจารย์สุพจน์อีกครั้ง ด้วยหัวใจที่หนักอึ้ง

"ผมอยากให้อาจารย์ช่วยถอนพิธีครับ" ติณห์พูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนแรง "ผมทนเห็นแพรวเป็นแบบนี้ไม่ไหวแล้ว"

อาจารย์สุพจน์พยักหน้าอย่างเข้าใจ เหมือนท่านรู้ดีอยู่แล้วว่าจะเกิดอะไรขึ้น

"โยมคงได้เรียนรู้อะไรบางอย่างแล้วสินะ" อาจารย์สุพจน์กล่าว "การได้มาซึ่งสิ่งใดสิ่งหนึ่งโดยปราศจากเจตจำนงที่แท้จริงของผู้อื่น มักนำมาซึ่งความว่างเปล่าและความเจ็บปวดเสมอ"


พิธีถอนนั้นซับซ้อนและต้องใช้ความพยายามไม่แพ้พิธีผูก ติณห์ต้องนำหุ่นขี้ผึ้งนั้นไปทำพิธีเพื่อปลดปล่อยจิตวิญญาณที่ถูกผูกมัดไว้ เขาต้องขออโหสิกรรมต่อแพรว และยอมรับในผลของการกระทำของตัวเอง


หลังจากพิธีถอนผ่านพ้นไป สิ่งที่เกิดขึ้นคือแพรวกลับมาเป็นตัวของตัวเองอีกครั้ง เธอจำช่วงเวลาที่เธอติดติณห์อย่างผิดปกติไม่ได้เลย ราวกับมันไม่เคยเกิดขึ้น แต่สิ่งที่ชัดเจนคือ เธอไม่ได้กลับมาคบกับติณห์อีกครั้ง และครั้งนี้ การจากไปของเธอเป็นไปอย่างสงบ เธออธิบายกับติณห์ว่า "ฉันรักนายนะติณห์ แต่ความรู้สึกของเรามันไปต่อไม่ได้จริงๆ ขอให้นายเจอคนที่ดีนะ"


ติณห์ยอมรับการจากไปของแพรวในครั้งนี้อย่างเข้าใจ เขามองแพรวเดินจากไปพร้อมกับรอยยิ้มที่สดใสบนใบหน้า ซึ่งเป็นรอยยิ้มที่เขาไม่ได้เห็นมานาน ติณห์รู้สึกโล่งใจที่แพรวได้กลับมามีอิสระและเป็นตัวของตัวเองอีกครั้ง แม้จะต้องแลกมาด้วยการสูญเสียเธอไปตลอดกาลก็ตาม


เรื่องราวของติณห์สอนให้เราเห็นว่า ความรักที่แท้จริงนั้นไม่อาจเกิดจากการบงการหรือการใช้พลังงานใดๆ เพื่อผูกมัดจิตใจของใครไว้ได้เลย การเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเจตจำนงเสรีของผู้อื่น ไม่ว่าเราจะอ้างว่าด้วยความรักเพียงใด ท้ายที่สุดแล้วมันมักจะนำมาซึ่งความทุกข์ ความว่างเปล่า และความรู้สึกผิดบาปเสมอ เพราะความรักที่แท้จริงนั้นจะต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานของความเคารพซึ่งกันและกัน ความเข้าใจ และที่สำคัญที่สุดคือ อิสระในการเลือกที่จะรักของแต่ละฝ่าย


เส้นแบ่งระหว่างไสยศาสตร์สายขาวที่ช่วยเยียวยาจิตใจกับไสยศาสตร์สายดำที่บงการผู้อื่นนั้นบางมากจริงๆ บางทีอาจจะอยู่ที่เจตนาของเราเองว่าต้องการให้ใครคนหนึ่งรักเราเพราะเขาเลือกที่จะรัก หรือเพราะเราต้องการให้เขาเป็นของเราโดยไม่คำนึงถึงความสุขที่แท้จริงของเขาเลย พิธีผูกจิต หุ่นขี้ผึ้งปั้นมือ หรือมนต์ตราใดๆ ไม่อาจสร้างความรักที่ยั่งยืนได้เท่ากับการสร้างความเข้าใจ ความผูกพัน และการมอบอิสระให้แก่กันและกันได้อย่างแท้จริง


ดังนั้นแล้ว ก่อนที่เราจะไขว่คว้าหาสิ่งใดก็ตามที่อาจจะดูเหมือนเป็นทางลัด เราอาจจะต้องย้อนกลับมาถามตัวเองก่อนว่า สิ่งที่เรากำลังจะทำนั้น มันกำลังสร้างหรือทำลายกันแน่ และความสุขที่แท้จริงที่เรากำลังมองหานั้น มันคือการได้ครอบครอง หรือคือการได้เห็นคนที่เรารักมีความสุขอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะอยู่ในสถานะใดก็ตาม.

0 $type={blogger}:

แสดงความคิดเห็น

👻 ฟังเรื่องหลอน
✅ รองรับ PC & Mobile
พร้อมใช้งาน
ขับเคลื่อนโดย Blogger.

ผู้ติดตาม

สั่งกล่องพัสดุ 750 ส่งฟรี

✨ 750 ส่งฟรี ✨
โลโก้ ตุ้ยคุ้ยเรื่องหลอน

บทความ

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

**คนออนไลน์:** ...
ตุ้ยคุ้ยเรื่องหลอน: รวมเรื่องผี เรื่องเล่าสยองขวัญ และตำนานอาถรรพ์ © 2013 Published By Gooyaabi Templates Supported by Best Blogger Templates and Premium Blog Templates - Web Design