สปริง-ฮีลด์ แจ็ก: เงากระโดดเหนือหลังคาและความหวาดกลัวในยุควิกตอเรีย | #VictorianLegends #SpringHeeledJack #UrbanLegend
สายหมอกในลอนดอนยามค่ำคืนยุคควีนวิกตอเรีย ไม่เคยเป็นแค่หมอกธรรมดา
มันเป็นผ้าคลุมที่ปกปิดความลับมากมาย ทั้งอาชญากรรม ความยากจน และบางสิ่ง... ที่ไม่ใช่มนุษย์
ในคืนเช่นนี้ ชายหญิงที่ต้องเดินทางตามลำพังจะก้าวเท้าอย่างรวดเร็ว มองเหลียวหลังตลอดเวลา เพราะนอกจากโจรปล้นชิงแล้ว ยังมีสิ่งที่เลวร้ายกว่า
สิ่งที่สามารถกระโดดข้ามรั้วสูงได้อย่างง่ายดาย
สิ่งที่หายใจเป็นไฟสีน้ำเงิน
สิ่งที่เรียกตัวเองว่า... สปริง-ฮีลด์ แจ็ก
เรื่องราวเริ่มต้นอย่างเป็นทางการในปี ค.ศ. 1837 แต่ดร. อลิสแตร์ แมคมิลลัน นักประวัติศาสตร์สังคมจากมหาวิทยาลัยเอดินบะระบอกผมว่า
"หลักฐานจริงๆ แล้วอาจเริ่มก่อนหน้านั้น" เขาอธิบาย "ในจดหมายเหตุของตำรวจนครลอนดอน มีบันทึกเรื่อง 'ชายกระโดดได้' ตั้งแต่ปี 1830"
"แต่ปี 1837 นั้น... มันต่างออกไป"
เหตุการณ์แรกที่ถูกบันทึกอย่างเป็นทางการเกิดขึ้นในเดือนกันยายน 1837
แมรี สตีเวนส์ เด็กสาววัย 18 ปี กำลังเดินกลับบ้านจากงานบ้านในย่านลิเมเฮาส์ เธอเล่าว่ามีชายรูปร่างสูงใหญ่กระโดดออกมาจากซอยมืด
"เขาใส่เสื้อคลุมยาวสีดำ ที่ดูเหมือนหนังบางๆ" แมรรายงานต่อตำรวจ "และเขาสวมหมวกคล้ายหมวกทหาร"
"แต่สิ่งที่ทำให้ฉันกลัวคือตาเขา... ตาสีแดง เรืองแสงในความมืด"
"และเขา... กระโดด ข้ามรั้วสูงได้อย่างไม่น่าเชื่อ"
"เขาไล่ตามฉัน จับฉัน แล้วใช้เล็บยาวบางอย่างฉีกรื้ออกเสื้อของฉัน"
"และเมื่อเขาหัวเราะ... มีเปลวไฟสีน้ำเงินออกมาจากปากของเขา"
ตำรวจจับตาเรื่องนี้ แต่ไม่พบผู้ต้องสงสัย
สองเดือนต่อมา ในเดือนพฤศจิกายน เรื่องราวเลวร้ายกว่านั้นเกิดขึ้น
เจน อัลซอป เด็กสาววัย 19 ปี ในพื้นที่เดียวกัน ถูกโจมตีโดยชายที่มีลักษณะคล้ายกัน
แต่คราวนี้ ชายคนนั้นแนะนำตัวเอง
"เขากระโดดลงมาหน้าฉัน" เจนให้การ "และพูดว่า 'ฉันคือสปริง-ฮีลด์ แจ็ก'"
"จากนั้นเขาก็พ่นไฟสีน้ำเงินใส่หน้าฉัน"
"ฉันสลบไป ตื่นมาพบว่าเสื้อผ้าฉันถูกฉีก และมีรอยไหม้บนหน้า"
เหตุการณ์นี้ทำให้ชื่อ "สปริง-ฮีลด์ แจ็ก" ปรากฏในหน้าหนังสือพิมพ์ครั้งแรก
แต่จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในคืนวันที่ 20 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1838
ลูซี สเกลส์ และน้องสาวของเธอกำลังเดินผ่านถนนในกรีนวิช
จากรายงานในหนังสือพิมพ์ "The Times" ฉบับวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 1838:
"หญิงสาวสองพี่น้องถูกโจมตีโดยชายลึกลับที่สามารถกระโดดได้สูงถึง 9 ฟุต เขาพ่นของเหลวสีน้ำเงินที่ลุกเป็นไฟใส่ใบหน้าของน้องสาวผู้เคราะห์ร้าย ทำให้เธอบาดเจ็บสาหัส"
เหตุการณ์นี้ทำให้สปริง-ฮีลด์ แจ็กกลายเป็นที่สนใจของสาธารณชน
และนี่คือสิ่งที่แปลก: การโจมตีของเขาเลือกเป้าหมายเฉพาะ
ดร.แมคมิลลันอธิบาย
"จากรายงานทั้งหมด แจ็กโจมตีผู้หญิงเป็นหลัก และมักเป็นหญิงสาวจากชนชั้นแรงงานหรือคนใช้"
"แต่ที่น่าสนใจคือ เขาไม่ข่มขืน ไม่ฆ่า"
"เขาทำให้บาดเจ็บ ทำให้กลัว แล้วจากไป"
"นี่ทำให้บางคนคิดว่า... เขาอาจไม่ได้เป็นอาชญากรธรรมดา"
รูปร่างหน้าตาของสปริง-ฮีลด์ แจ็กตามคำบอกเล่าของพยาน:
1. สูงประมาณ 6 ฟุต (183 ซม.) แต่บางรายงานบอกว่าสูงกว่า
2. สวมเสื้อคลุมหนังหรือผ้าหนา สีดำหรือสีเข้ม
3. สวมหมวกคล้ายหมวกทหารหรือหมวกปีก
4. ดวงตาแดงเรืองแสง หรือในบางรายงานเป็นสีเหลือง
5. มีเล็บยาวคมเหมือนโลหะ
6. สามารถพ่นไฟหรือของเหลวสีน้ำเงินที่ร้อนจัดได้
7. และที่สำคัญ: กระโดดได้สูงมาก กระโดดข้ามรั้ว บ้าน รถม้า ได้อย่างง่ายดาย
ในช่วงทศวรรษ 1840 การพบเห็นสปริง-ฮีลด์ แจ็กขยายออกไปนอกลอนดอน
ในปี 1845 มีรายงานจากลิเวอร์พูล
จอห์น มาคัลฟ์ ชายวัย 45 ปี รายงานว่าเห็น "ชายคล้ายค้างคาว" กระโดดจากหลังคาบ้านหนึ่งไปอีกหลังคาหนึ่ง
"เขากระโดดได้ไกลอย่างน้อย 20 ฟุต" จอห์นให้การ "และเมื่อเขาลงพื้น... ไม่มีเสียง"
ทศวรรษ 1850 และ 1860 การพบเห็นยังคงมีอยู่ แต่ลดความถี่ลง
แต่แล้วในปี 1877 สปริง-ฮีลด์ แจ็กกลับมาอย่างดุดัน
คราวนี้ในพื้นที่อัลด์ช็อต ในแฮมป์เชียร์
ทหารหลายคนที่ประจำการอยู่ที่ค่ายทหารอัลด์ช็อตรายงานว่าเห็นร่างประหลาดกระโดดข้ามรั้วค่าย
สิ่งที่ต่างไปคือ รายงานนี้มาจากทหารฝึกหัดหลายคน และมีคำอธิบายที่สอดคล้องกัน
สิบโทเจมส์ บริสโกว์ บันทึกไว้ในสมุดบันทึกของเขา (ซึ่งปัจจุบันอยู่ในพิพิธภัณฑ์ทหาร):
"คืนวันที่ 14 กันยายน 1877 ขณะยามเดินตรวจรอบค่าย ฉันเห็นร่างสีดำกระโดดข้ามรั้วสูง 8 ฟุตได้อย่างง่ายดาย"
"ฉันยิงปืนเตือน แต่ร่างนั้นหันกลับมามองฉัน"
"ดวงตาของมัน... เรืองแสงสีแดงในความมืด"
"แล้วมันก็กระโดดหายไปในป่า เร็วมาก"
"เช้าวันต่อมา เราพบรอยเท้าประหลาดใกล้รั้ว รอยเท้านี้ลึกผิดปกติ ราวกับร่างนั้นมีน้ำหนักมาก แต่ทิ้งร่องรอยไว้น้อย"
เหตุการณ์นี้สำคัญเพราะมีพยานเป็นทหาร และเกิดขึ้นในพื้นที่ทหาร
ทศวรรษ 1880 การพบเห็นย้ายไปยังมิดแลนด์
ในปี 1888 ปีเดียวกับที่แจ็กเดอะริปเปอร์สังเวยลอนดอน มีรายงานสปริง-ฮีลด์ แจ็กในลิงคอล์นเชียร์
แต่คราวนี้ การอธิบายเปลี่ยนไป
เอลิซาเบธ แคร์ริ่งตัน หญิงวัย 30 ปีจากลิงคอล์นให้การว่า
"มันไม่ใช่มนุษย์" เธอบอกตำรวจ "มันเหมือน... เครื่องจักร"
"ฉันได้ยินเสียงดังคลิก คลิก ทุกครั้งที่มันกระโดด"
"และตาเรืองแสง... ไม่ใช่ตา มันเหมือนไฟสีแดงสองดวง"
ทฤษฎีเกี่ยวกับสปริง-ฮีลด์ แจ็กมีมากมาย:
1. **ทฤษฎีอาชญากร**: เขาเป็นคนบ้าที่มีอุปกรณ์ช่วยกระโดดบางอย่าง
2. **ทฤษฎีขุนนางหน bored**: เป็นลูกชายขุนนางที่ต้องการความตื่นเต้น
3. **ทฤษฎีสิ่งมีชีวิตเหนือธรรมชาติ**: เขาเป็นปีศาจหรือสิ่งมีชีวิตจากโลกอื่น
4. **ทฤษฎีเครื่องจักร**: เขาเป็นมนุษย์ที่ประดิษฐ์อุปกรณ์ช่วยกระโดด
ทฤษฎีที่น่าสนใจมาจาก นักเขียนยุค维多利亚 ชื่อ โทมัส ฮาร์วีย์
ในบทความปี 1890 เขาเสนอว่า
"สปริง-ฮีลด์ แจ็กอาจเป็นผลงานของนักประดิษฐ์ลึกลับ ที่ทดสอบอุปกรณ์บางอย่างในที่สาธารณะ"
"การพ่นไฟอาจเป็นเครื่องพ่นไฟบางชนิด"
"การกระโดดสูงอาจมาจากสปริงหรือเครื่องมือกล"
"และเขาเลือกผู้หญิงเป็นเป้าหมาย เพราะพวกเธอมีแนวโน้มจะรายงานและทำให้เรื่องราวแพร่กระจาย"
แต่อีกทฤษฎีหนึ่งเชื่อมโยงกับชื่อเสียงของ ขุนนางคนหนึ่ง
เฮนรี เดอ ลา พัวร์ เบอร์เรส มาร์ควิสแห่งวอเตอร์ฟอร์ด ที่ 3
เขามีชื่อเสียงในเรื่องการแกล้งคนที่โหดร้าย และเสียชีวิตในปี 1859
บางคนเชื่อว่าเขาอาจเป็นสปริง-ฮีลด์ แจ็ก หรืออย่างน้อยก็เป็นแรงบันดาลใจให้คนอื่นเลียนแบบ
ในศตวรรษที่ 20 รายงานการพบเห็นลดลงแต่ไม่หายไป
ปี 1920 มีรายงานจากสกอตแลนด์
ปี 1953 มีรายงานจากอังกฤษตอนเหนือ
และที่น่าสนใจคือ ปี 1986 มีรายงานจากเมืองเล็กๆ ในเท็กซัส สหรัฐอเมริกา
ชายคนหนึ่งรายงานว่าเห็น "มนุษย์ค้างคาว" กระโดดข้ามถนน
แต่ไม่มีหลักฐานยืนยัน
ดร. เอมิลี แฮร์ริสัน นัก folklore ยุคใหม่ให้ความเห็น
"สปริง-ฮีลด์ แจ็กเป็น urban legend ที่สมบูรณ์แบบสำหรับยุค Victorian"
"ยุคที่วิทยาศาสตร์และความเชื่อผสมผสานกัน"
"ยุคที่เมืองขยายตัว แต่ตรอกซอกซอยยังมืดและลึกลับ"
"เขาเป็นตัวแทนของความกลัวต่อสิ่งไม่รู้ ต่อเทคโนโลยีใหม่ ต่อการเปลี่ยนแปลง"
"และความจริงที่ว่าเขาไม่เคยถูกจับได้... ทำให้เขากลายเป็นตำนานที่ยั่งยืน"
ในวัฒนธรรมสมัยนิยม สปริง-ฮีลด์ แจ็กปรากฏใน:
- หนังสือการ์ตูน
- ภาพยนตร์
- ซีรีส์ทีวี
- เกมคอมพิวเตอร์
แต่สำหรับคนที่ศึกษาเรื่องนี้ เขาเป็นมากกว่าความบันเทิง
จอร์จ คนขับแท็กซี่วัย 60 ปีจากลอนดอน บอกผมว่า
"ปู่ของฉันเคยเห็นมัน"
"ปี 1927 ปู่เป็นเด็กชาย อาศัยในย่านอิสต์เอนด์"
"คืนหนึ่ง เขาเห็นชายคนหนึ่งกระโดดจากหลังคาบ้านหนึ่งไปอีกหลังคาหนึ่ง"
"ปู่บอกว่า มันกระโดดได้สูงจริงๆ ราวกับมีสปริงอยู่ในรองเท้า"
"แต่สิ่งที่ปู่จำได้คือเสียง... เสียงเหวี่ยงแว่ว ทุกครั้งที่มันกระโดด"
"และกลิ่น... กลิ่นเหมือนโลหะร้อนผสมกับกำมะถัน"
สปริง-ฮีลด์ แจ็กสอนเราอะไร?
1. **สังคมสร้างสัตว์ประหลาดของตัวเอง**: ในยุค维多利亚 ที่ผู้หญิงเริ่มมีอิสระมากขึ้น แต่ยังต้องระวังอันตราย สปริง-ฮีลด์ แจ็กเป็นตัวแทนของอันตรายที่ซ่อนอยู่ในความมืด
2. **เทคโนโลยีสร้างความกลัว**: การกระโดดได้สูงเหมือนมีสปริง อาจสะท้อนความกลัวต่อเครื่องจักรและเทคโนโลยีใหม่
3. **ตำนานไม่ตาย**: แม้ร้อยปีผ่านไป เรายังเล่าเรื่องสปริง-ฮีลด์ แจ็ก
4. **บางปริศนาไม่มีคำตอบ**: บางที การที่เราไม่รู้คำตอบคือสิ่งที่ทำให้ตำนานน่าสนใจ
ในคืนที่มืดในลอนดอน แม้ในศตวรรษที่ 21...
ถ้าคุณได้ยินเสียงกระโดดบนหลังคา
เห็นเงาสูงใหญ่กระโดดข้ามตรอก
หรือได้กลิ่นกำมะถันในอากาศ...
บางทีคุณอาจคิดว่าเป็นจินตนาการ
หรือบางที... สปริง-ฮีลด์ แจ็กอาจยังไม่จากไป
เขาอาจแค่รอคอย
รอคอยยุคสมัยที่เหมาะสม
ที่จะกลับมาอีกครั้ง
เพราะตำนานที่ดี...
ไม่เคยตาย
แค่หลับใหล
และพร้อมที่จะตื่นขึ้น
เมื่อมีคนเล่าถึงมันอีกครั้ง
ในโลกที่เต็มไปด้วยกล้องวงจรปิดและเทคโนโลยี การหายตัวไปอย่างสปริง-ฮีลด์ แจ็กอาจเป็นไปไม่ได้อีกต่อไป
แต่บางที นั่นคือเหตุผลที่เรายังจำเขา
เพราะในโลกที่ทุกอย่างถูกบันทึก
เรายังต้องการความลึกลับ
ต้องการเชื่อว่ายังมีอะไรที่วิทยาศาสตร์อธิบายไม่ได้
ต้องการเชื่อว่าในความมืด...
ยังมีอะไรบางอย่างที่กระโดดได้สูง
สูงกว่า
ที่เราจะจินตนาการได้
และนั่นอาจเป็นมรดกที่แท้จริงของสปริง-ฮีลด์ แจ็ก
ไม่ใช่ความหวาดกลัว
แต่คือความหวัง
ว่ายังมีสิ่งมหัศจรรย์เหลืออยู่ในโลกนี้
แม้ในยุคที่เราคิดว่าเรารู้ทุกอย่างแล้วก็ตาม
เรื่องราวของมนุษย์ลึกลับเหนือธรรมชาติไม่ได้จบลงที่สหราชอาณาจักร ในป่าแถบอเมริกาเหนือ ยังมีตำนานของ 'บิกฟุต' หรือ 'ซัสควอช' ที่มีรายงานการพบเห็นมากมายและยาวนานกว่า ซึ่งเราจะไปสำรวจกันในตอนต่อๆ ไป
0 $type={blogger}:
แสดงความคิดเห็น