029 กระสุนไร้คม มนตรามหาอุด เรื่องเล่าขานจากสมรภูมิไสยเวทชายแดนใต้

 สมรภูมิที่ชายแดนใต้ ไม่ใช่เพียงแค่การปะทะกันด้วยอาวุธยุทโธปกรณ์อันทันสมัย ไม่ใช่แค่ยุทธวิธีทางการทหาร หรือความเข้าใจในภูมิประเทศเท่านั้น แต่ในบางครั้ง บางคราว มันคือสนามรบที่ความเชื่อ ไสยเวท และจิตวิญญาณเข้ามามีบทบาทอย่างคาดไม่ถึง เรื่องราวที่เราจะเล่าต่อไปนี้ คือหนึ่งในเรื่องเล่าเหล่านั้น เรื่องราวที่กระสุนด้าน เมื่อปะทะกับมนตร์ขมังเวท และความเชื่อมั่นในพุทธคุณได้เข้ามาพลิกสถานการณ์


เสียงจักจั่นระงมก้องในความเงียบยามพลบค่ำของป่าทึบทางใต้ อากาศร้อนอบอ้าวตลอดทั้งวันค่อยๆ คลายลง ทิ้งไว้เพียงความชื้นที่เกาะพราวมันเป็นความเงียบที่หนักอึ้ง ความเงียบที่คนชายแดนใต้คุ้นเคยดี ความเงียบที่ซ่อนเร้นอันตรายไว้มากมาย หมวดภัทร นายทหารหนุ่ม ผู้เพิ่งย้ายมารับราชการที่นี่ได้ไม่นานนัก พยายามปรับสายตาให้ชินกับความมืดมิดที่เริ่มโรยตัวเข้ามา เขาได้ยินเสียงใบไม้แห้งกรอบแกรบภายใต้รองเท้าคอมแบตของลูกน้องที่เดินนำหน้าทุกคนต้องระมัดระวัง ทุกก้าวเดินมีความหมาย ทุกเสียงที่เกิดขึ้นอาจเป็นสัญญาณบอกเหตุ หมวดภัทรเป็นนายทหารที่ได้รับการฝึกฝนมาอย่างดี มีความรู้ความสามารถตามหลักยุทธวิธีสมัยใหม่ทุกประการ เขามักจะเชื่อในสิ่งที่พิสูจน์ได้ด้วยหลักวิทยาศาสตร์และเหตุผลเป็นสำคัญ ในใจลึกๆ เขาไม่เคยคิดว่าเรื่องราวเล่าขานเกี่ยวกับไสยศาสตร์มนตร์ดำ หรืออิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ต่างๆ จะมีอยู่จริงในโลกปัจจุบันนี้ โดยเฉพาะในสมรภูมิที่เต็มไปด้วยเทคโนโลยีและอาวุธสงคราม


แต่ชายแดนใต้ไม่ใช่ที่ที่เดียวดายสำหรับเหตุผลและวิทยาศาสตร์ ที่นี่มีเรื่องราวที่เหนือธรรมชาติเล่าขานกันมาอย่างเนิ่นนาน บ้างก็ว่าโจรใต้บางคนมีวิชาอาคมแก่กล้า สามารถหายตัวได้ หรืออยู่ยงคงกระพัน บ้างก็ว่ามีพระเกจิอาจารย์ที่สร้างเครื่องรางของขลังช่วยให้ทหารรอดตายจากคมกระสุนได้ เรื่องราวเหล่านี้ถูกเล่าขานต่อๆ กันมา บ้างก็เชื่อ บ้างก็ไม่เชื่อ หมวดภัทรเองได้ยินมาบ้าง แต่ก็ไม่เคยปักใจเชื่อนัก เขาคิดว่ามันเป็นเพียงกุศโลบาย หรือเรื่องเล่าที่แต่งขึ้นมาเพื่อปลอบขวัญกำลังใจเท่านั้น


ค่ำคืนนั้น หน่วยของหมวดภัทรได้รับภารกิจลาดตระเวนและซุ่มโจมตี กลุ่มก่อความไม่สงบกลุ่มหนึ่ง ซึ่งมีรายงานว่าเป็นกลุ่มที่มีแกนนำคนสำคัญที่ชื่อ “อาดัง” อาดังผู้นี้เป็นที่รู้จักกันดีในหมู่เจ้าหน้าที่และชาวบ้านในพื้นที่ ว่าเป็นบุคคลที่มีวิชาไสยเวทแก่กล้า เขาไม่เพียงแต่เป็นผู้นำที่เหี้ยมโหดและฉลาดหลักแหลมเท่านั้น แต่ยังเชื่อกันว่าเขามีของดีติดตัว ไม่เคยมีใครยิงอาดังเข้า ไม่มีใครเคยจับตัวเขาได้ เรื่องราวเหนือธรรมชาติเกี่ยวกับอาดังถูกเล่าขานกันปากต่อปากว่าเขาสามารถล่องหนหายตัวได้ ยามที่ถูกล้อมยิงกระสุนก็ไม่ระคายผิว หรือไม่ก็กระสุนด้านไปเองเสียอย่างนั้น เป็นตำนานที่สร้างความหวาดหวั่นไม่น้อยในใจของเจ้าหน้าที่บางคน


“หมวดครับ อีกไม่เกินร้อยเมตรน่าจะถึงจุดที่ได้รับแจ้งครับ” จ่าสมศักดิ์ นายทหารจอมเก๋าวัยใกล้เกษียณที่อยู่กับหมวดภัทรมาตลอด ส่งเสียงกระซิบเบาๆ จ่าสมศักดิ์เป็นคนพื้นเพทางใต้ มีความเชื่อและศรัทธาในสิ่งศักดิ์สิทธิ์และไสยเวทมาตั้งแต่เด็ก ไม่ว่าจะเป็นพระเครื่อง เหรียญวัตถุมงคล หรือตะกรุด จ่าสมศักดิ์มักจะพกติดตัวอยู่เสมอ เขาเชื่อว่าสิ่งเหล่านี้ช่วยคุ้มครองเขาให้รอดพ้นจากภัยอันตรายมาได้หลายครั้งหลายครา


หมวดภัทรพยักหน้าเล็กน้อยให้จ่าสมศักดิ์ ทุกคนเตรียมพร้อม อาวุธประจำกายถูกปลดเซฟพร้อมใช้งาน บรรยากาศเงียบสงัดจนได้ยินเสียงหัวใจตัวเองเต้นระรัว เพียงไม่นาน แสงไฟริบหรี่จากที่ไกลออกไปก็ปรากฏให้เห็น เป็นสัญญาณว่าพวกเขาเข้าใกล้เป้าหมายแล้ว เสียงพูดคุยแผ่วเบาเล็ดลอดมาตามสายลมยามค่ำคืน หน่วยของหมวดภัทรค่อยๆ คืบคลานเข้าไปอย่างระมัดระวัง ภายใต้ความมืดที่ปกคลุมต้นไม้หนาทึบ


“นั่นไงครับหมวด ตัวอาดังเลย” จ่าสมศักดิ์กระซิบ น้ำเสียงตื่นเต้นเล็กน้อยแต่ยังคงความเยือกเย็น หมวดภัทรใช้กล้องส่องทางไกลกลางคืนจับภาพ ชายคนหนึ่งรูปร่างสูงใหญ่ ผมยาวประบ่า กำลังนั่งอยู่กลางวงล้อมของชายฉกรรจ์อีกหลายคน กำลังสาธยายอะไรบางอย่างด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและจริงจัง ลักษณะท่าทางดูมีอำนาจและน่าเกรงขาม


“เตรียมตัว สั่งยิงได้เมื่อพร้อม” หมวดภัทรสั่งการ เสียงของเขาหนักแน่น มั่นคง ไม่มีเค้าของความลังเลใจ แม้ในใจจะเริ่มรู้สึกถึงความกดดันที่แตกต่างออกไปจากทุกครั้งที่เคยเจอ เขาไม่รู้ว่าอะไรกำลังรอพวกเขาอยู่ แต่ในฐานะนายทหาร เขาต้องนำลูกน้องทำตามหน้าที่ให้ดีที่สุด


สัญญาณมือถูกส่งต่อกันไป ทุกคนเตรียมพร้อมที่จะปฏิบัติการตามแผนที่วางไว้ หมวดภัทรกำลังจะให้สัญญาณยิง แต่แล้ว จู่ๆ ความรู้สึกแปลกประหลาดก็แล่นวาบเข้ามาในใจของเขา เหมือนมีกระแสลมเย็นเฉียบพัดผ่านกาย หรือบางทีอาจเป็นเพียงแค่ความกดดันของสถานการณ์ จ่าสมศักดิ์ที่อยู่ข้างๆ หันมามองหน้าหมวดภัทรด้วยสีหน้าเคร่งเครียด


“ยิง!” เสียงคำสั่งดังลั่นตามด้วยเสียงปืนกลหนักและปืนเล็กยาวกระหน่ำยิงเข้าใส่กลุ่มโจรอย่างพร้อมเพรียง แสงวาบจากปากกระบอกปืนสว่างจ้าไปทั่วบริเวณ เสียงห่ากระสุนดังสนั่นหวั่นไหวราวกับฟ้าร้อง ท่ามกลางความชุลมุนวุ่นวาย โจรหลายคนล้มลง หน่วยของหมวดภัทรยิงถล่มอย่างไม่ยั้ง แต่แล้ว สิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น


สายตาของหมวดภัทรจับจ้องไปยังร่างของอาดัง เขาเห็นกับตาตัวเองว่ากระสุนหลายนัดพุ่งตรงเข้าใส่อาแดง แต่ร่างนั้นกลับไม่เป็นอะไรเลย เหมือนกับว่ากระสุนเหล่านั้นเป็นเพียงเม็ดฝนที่ตกลงกระทบพื้นดิน อาดังยังคงยืนหยัดอยู่ได้ แม้เสียงปืนจะดังสนั่นหวั่นไหว แต่เขากลับไม่มีร่องรอยบาดเจ็บแม้แต่น้อย ไม่มีเลือดไหล ไม่มีอาการสะดุ้ง เขายืนอยู่ท่ามกลางห่ากระสุน ราวกับมีม่านล่องหนคุ้มกันตัวไว้


“ยิงมัน! ยิงเข้าไปที่หัวมัน!” หมวดภัทรตะโกนสั่ง ลูกน้องทุกคนพยายามยิงซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่ก็ยังไร้ผล กระสุนที่ควรจะทะลุทะลวงร่างกลับเหมือนกระดอนออก หรือไม่ก็ตกลงพื้นด้านๆ ราวกับถูกใครบางคนบีบให้มันหมดฤทธิ์ เรื่องราวที่เคยได้ยินมา บัดนี้ปรากฏเป็นจริงอยู่ตรงหน้าเขาแล้ว ความรู้สึกหวาดกลัวเริ่มคืบคลานเข้ามาในใจของหมวดภัทร และลูกน้องหลายคนก็เริ่มแสดงอาการเดียวกัน


“กระสุนด้านครับหมวด! ยิงไม่เข้า!” เสียงหนึ่งตะโกนขึ้นมาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “มันมีของ! มันมีของ!” เสียงของความหวาดกลัวเริ่มกระจายไปทั่วหน่วย


จ่าสมศักดิ์ที่นอนหมอบอยู่ข้างๆ หมวดภัทร ตัวของจ่าสั่นเทาเล็กน้อยแต่ไม่ใช่เพราะความกลัว ทว่าเพราะความรู้สึกบางอย่างที่เขาไม่อาจจะอธิบายได้ จ่าดึงมือเข้าไปล้วงในกระเป๋าเสื้อ หยิบตะกรุดเก่าๆ เส้นหนึ่งออกมาพร้อมกับเหรียญพระเกจิอาจารย์ชื่อดังอีกสองสามเหรียญ ท่านรวบรวมไว้ในมือ ท่านพึมพำบทสวดบางอย่างที่หมวดภัทรไม่เคยได้ยินมาก่อน ใบหน้าของจ่าเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและความศรัทธา


“หมวดครับ! ถอยไปก่อน! มันมีวิชาคงกระพัน หมวดต้องใช้กำลังใจและความศรัทธาเข้าสู้ครับ!” จ่าสมศักดิ์ตะโกนบอก “เราต้องปัดเป่าอาถรรพ์พวกมันก่อน ไม่งั้นมันไม่เจ็บหรอกครับ”


หมวดภัทรยังคงสับสน นี่ไม่ใช่สิ่งที่เขาเรียนรู้มาในโรงเรียนทหาร แต่สถานการณ์ตรงหน้ามันชัดเจนเกินกว่าจะปฏิเสธได้ เขาเห็นลูกน้องหลายคนเริ่มขวัญเสีย กำลังจะถอยร่น ถ้าเป็นอย่างนี้ต่อไป พวกเขาจะเสียท่าไม่ช้าก็เร็ว


“จ่า! แล้วเราจะทำยังไง?!” หมวดภัทรถาม เสียงของเขาบ่งบอกถึงความสิ้นหวังเล็กน้อย


จ่าสมศักดิ์หลับตาลง พนมมือที่กำตะกรุดและเหรียญพระเครื่องแน่น พึมพำบทสวดที่หมวดภัทรไม่เข้าใจ แต่กลับรู้สึกถึงพลังงานบางอย่างที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวจ่า ใบหน้าของจ่าเปี่ยมไปด้วยความสงบและความมุ่งมั่น ราวกับไม่เกรงกลัวต่อสิ่งใดๆ ที่กำลังเผชิญอยู่ สายลมที่เคยพัดเอากลิ่นดินและใบไม้เข้ามา บัดนี้กลับพัดนำเอากลิ่นหอมจางๆ ของดอกไม้ป่าเข้ามาแทนที่ เป็นกลิ่นที่ทำให้จิตใจสงบอย่างน่าประหลาด


“หมวดครับ! ผมจะออกไปก่อน ให้ผมลองดู! พวกหมวดคอยคุ้มกันผมด้วย” จ่าสมศักดิ์ลุกขึ้นยืนช้าๆ อย่างไม่เกรงกลัวต่อคมกระสุนที่ยังคงพุ่งผ่านไปมา เสียงปืนจากฝ่ายโจรยังคงตอบโต้เป็นระยะ จ่าก้าวออกไปอย่างไม่รีบร้อน มือยังคงกำตะกรุดและเหรียญพระเครื่องแน่น ท่านเดินตรงไปยังทิศทางที่อาดังยืนอยู่ ใบหน้าสงบแต่แววตามุ่งมั่น


“จ่า! หยุดนะจ่า!” หมวดภัทรร้องห้ามด้วยความเป็นห่วง จ่าสมศักดิ์ไม่ตอบกลับ ท่านเดินหน้าต่อไป ราวกับมีอะไรบางอย่างนำทาง ในขณะที่กระสุนปืนยังคงพุ่งเฉียดผ่านตัวท่านไป แต่กลับไม่เคยโดนตัวท่านเลยแม้แต่น้อย


อาดังที่เห็นจ่าสมศักดิ์เดินเข้ามา ก็ส่งเสียงคำรามด้วยความกราดเกรี้ยว ราวกับไม่พอใจที่ถูกท้าทาย เขาสะบัดมือไปมา ราวกับกำลังร่ายมนตร์บางอย่าง บรรยากาศรอบตัวอาดังดูเหมือนจะหนาวเย็นลงอย่างฉับพลัน


จ่าสมศักดิ์ยังคงก้าวเดินอย่างมั่นคง ท่านยกมือขึ้นพนมจรดหน้าผาก พร้อมกับเอ่ยบทสวดออกไปเสียงดังฟังชัด แม้จะถูกกลบด้วยเสียงปืน แต่หมวดภัทรก็สัมผัสได้ถึงความขลังที่แผ่ออกมาจากเสียงของจ่า จ่าสมศักดิ์สวดไปพร้อมกับโปรยผงบางอย่างที่เก็บไว้ในซองผ้าเล็กๆ ที่ติดตัวไปทั่วบริเวณ ผงนั้นเป็นผงที่เกิดจากการนำมวลสารศักดิ์สิทธิ์และว่านยาต่างๆ มาผสมรวมกันแล้วปลุกเสกตามตำราโบราณ ผงศักดิ์สิทธิ์ที่ท่านโปรยออกไปดูเหมือนจะทำให้อากาศรอบตัวอาดังเปลี่ยนไปทันที แสงสว่างจางๆ ที่เคยคลุมตัวอาดังค่อยๆ จางหายไป


“อ๊ากกก!” อาดังร้องเสียงหลง เมื่อผงศักดิ์สิทธิ์เหล่านั้นลอยไปสัมผัสถูกตัวเขา ร่างของอาดังบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวดอย่างรุนแรง พลังที่เคยปกป้องเขากำลังสลายไป ม่านอาคมที่เคยคุ้มกันตัวเขากำลังถูกทำลายด้วยพลังแห่งพุทธคุณและความศรัทธาอันแรงกล้า


หมวดภัทรและลูกน้องตะลึงกับสิ่งที่เห็น อิทธิฤทธิ์ของอาคมที่เคยห่อหุ้มตัวอาดังอยู่ได้สลายไปอย่างน่าอัศจรรย์ อาดังล้มลงกับพื้นดิ้นรนด้วยความเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส เขาพยายามรวบรวมกำลังที่จะกลับมา แต่ก็ดูเหมือนจะไร้ผลแล้ว


“หมวด! ตอนนี้แหละครับ! ยิงได้เลย!” จ่าสมศักดิ์ตะโกนบอก พร้อมกับก้าวถอยออกมา หมวดภัทรไม่รอช้า เขาและลูกน้องระดมยิงเข้าใส่อาดังอีกครั้ง คราวนี้กระสุนพุ่งทะลุทะลวงร่างของอาดังอย่างง่ายดาย เสียงปืนยังคงดังสนั่น แต่เสียงร้องของอาดังก็เงียบลงในที่สุด ร่างของเขาแน่นิ่งไป


สมรภูมิกลับเข้าสู่ความเงียบอีกครั้ง มีเพียงเสียงหอบหายใจของทหารหาญที่ยังคงดังอยู่ หมวดภัทรรู้สึกเหมือนกับว่าเขาได้เรียนรู้สิ่งใหม่ทั้งหมดในคืนนี้ ความเชื่อและศรัทธาบางครั้งก็มีพลังเหนือกว่าวิทยาศาสตร์และเหตุผลใดๆ เขาเดินเข้าไปหาจ่าสมศักดิ์ ใบหน้าของเขายังคงเต็มไปด้วยความตกตะลึง


“จ่า... มันเกิดอะไรขึ้น?” หมวดภัทรถามเสียงแผ่ว


จ่าสมศักดิ์เก็บตะกรุดและพระเครื่องเข้ากระเป๋าเสื้อ ใบหน้าของท่านยังคงสงบและเปี่ยมด้วยศรัทธา “ก็อย่างที่ผมบอกแหละครับหมวด บางครั้งอำนาจของพุทธคุณ ความดี และจิตที่บริสุทธิ์ก็มีอานุภาพเหนือกว่าอำนาจมืดทั้งหลายแล ถ้าหากว่าใจของเราตั้งมั่นในความดี มีศรัทธาที่แรงกล้า พวกไสยเวทพวกนี้ก็ทำอะไรเราไม่ได้หรอกครับ ยิ่งของใครที่มันทำมาเพื่อป้องกันตัวและทำลายสิ่งชั่วร้าย มันก็จะยิ่งมีพลัง”


หมวดภัทรมองไปยังร่างของอาดังที่นอนแน่นิ่ง เขาไม่เคยคิดมาก่อนว่าเรื่องราวเหล่านี้จะเกิดขึ้นจริง เขาเองในฐานะนายทหารที่ได้ชื่อว่าเป็นคนทันสมัย เชื่อในหลักการและเหตุผล กลับต้องมายืนอยู่ตรงหน้ากับสิ่งที่เกินความเข้าใจ นี่คือบทเรียนอันล้ำค่าที่เขาได้รับจากชายแดนใต้ บทเรียนที่สอนให้รู้ว่าโลกนี้ไม่ได้มีเพียงสิ่งที่มองเห็นและพิสูจน์ได้เท่านั้น แต่ยังมีสิ่งลี้ลับเร้นลับ ที่รอให้เราเปิดใจเรียนรู้และทำความเข้าใจ


เรื่องราวของอาดังและกระสุนด้านในคืนนั้น กลายเป็นตำนานที่เล่าขานกันในหมู่เจ้าหน้าที่ชายแดนใต้ หลายคนที่ไม่เคยเชื่อเรื่องไสยเวทก็เริ่มเปลี่ยนใจ จากความลังเลกลายเป็นความศรัทธา บ้างก็เริ่มแสวงหาเครื่องรางของขลังมาติดตัวไว้เพื่อเป็นขวัญกำลังใจและปกป้องคุ้มครอง ชีวิตที่ชายแดนใต้สอนให้ผู้คนได้เรียนรู้ว่า การดำรงอยู่นั้นไม่ได้อาศัยเพียงแค่กำลังอาวุธ แต่ยังต้องอาศัยกำลังใจ กำลังศรัทธา และความเข้าใจในมิติที่มองไม่เห็นอีกด้วย


ประสบการณ์ครั้งนี้ทำให้หมวดภัทรไม่ได้มองเรื่องราวเหล่านี้เป็นเพียงความเชื่อส่วนบุคคลอีกต่อไป แต่เป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตและวัฒนธรรมในพื้นที่ เป็นพลังที่สามารถก่อให้เกิดทั้งคุณและโทษได้ ขึ้นอยู่กับว่าใครนำไปใช้ในทางใด การปะทะกับโจรขมังเวทครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงแค่การทำลายขบวนการก่อความไม่สงบ แต่ยังเป็นการเปิดโลกทัศน์ของนายทหารหนุ่มคนหนึ่ง ให้เข้าใจถึงพลังของความเชื่อและศรัทธาที่หยั่งรากลึกในสังคม การอยู่รอดในสมรภูมิที่เต็มไปด้วยความซับซ้อนนี้ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับเพียงแค่กระสุนปืนหรือยุทธวิธีอันล้ำสมัยเท่านั้น แต่ยังต้องอาศัยพลังแห่งจิตใจ ความกล้าหาญ และความเข้าใจในมิติที่เหนือกว่ากายภาพ เพื่อให้สามารถก้าวผ่านทุกอุปสรรคได้อย่างมั่นคงและปลอดภัย


เราจะยังคงเจาะลึกเข้าไปในเรื่องราวเหนือธรรมชาติ และความเชื่ออันเร้นลับที่ชายแดนใต้อีกหลายแง่มุม ในตอนถัดไป เราจะพาคุณไปฟังเรื่องราวของทหารกล้าที่รอดตายจากระเบิดแสวงเครื่องด้วยปาฏิหาริย์จากเหรียญพระเครื่องเพียงหนึ่งเดียว และมันเกิดขึ้นได้อย่างไร โปรดติดตาม.

0 $type={blogger}:

แสดงความคิดเห็น

👻 ฟังเรื่องหลอน
✅ รองรับ PC & Mobile
พร้อมใช้งาน
ขับเคลื่อนโดย Blogger.

ผู้ติดตาม

สั่งกล่องพัสดุ 750 ส่งฟรี

✨ 750 ส่งฟรี ✨
โลโก้ ตุ้ยคุ้ยเรื่องหลอน

บทความ

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

**คนออนไลน์:** ...
ตุ้ยคุ้ยเรื่องหลอน: รวมเรื่องผี เรื่องเล่าสยองขวัญ และตำนานอาถรรพ์ © 2013 Published By Gooyaabi Templates Supported by Best Blogger Templates and Premium Blog Templates - Web Design