020 เมื่อของขลังกลายเป็นคำสาป วิญญาณลิงลมแห่งฝั่งธนฯ

 เสียงจักจั่นระงมขับขานในยามพลบค่ำ ลมเอื่อยๆ พัดพาความชุ่มชื้นจากลำคลองเข้ามาปะทะผิวกาย กลิ่นดินชื้นเจือจางด้วยความหอมหวานของดอกไม้ป่าลอยวนอยู่รอบตัวเรา ที่นี่คือสวนผลไม้เก่าแก่ริมคลองบางกอกน้อย ฝั่งธนบุรี ที่ซึ่งกาลเวลาดูเหมือนจะหยุดนิ่งไว้ในม่านหมอกของอดีต ต้นมะม่วง มะพร้าว กล้วยน้ำว้า ยืนต้นเรียงรายสูงทึบ ปกคลุมพื้นที่ให้ร่มรื่นตลอดวัน แต่เมื่อแสงสุดท้ายของวันลาลับไป ความสงบเงียบที่เคยโอบล้อมกลับกลายเป็นความวังเวง ชวนให้หัวใจกระตุกไหวเมื่อได้ยินเสียงใบไม้แห้งไหวกรอบแกรบยามค่ำคืน


หลายคนคงมองว่าสวนผลไม้เหล่านี้เป็นสวรรค์บนดิน เป็นแหล่งผลิตผลไม้ชั้นดีที่เลี้ยงดูผู้คนมาหลายชั่วอายุคน แต่สำหรับชาวสวนที่อาศัยอยู่ท่ามกลางความรกทึบนี้ บางครั้งก็มีเรื่องราวที่เกินกว่าสามัญสำนึกจะอธิบายได้ เรื่องเล่าที่สืบทอดกันมารุ่นสู่รุ่น กระซิบกันเบาๆ ในวงกาแฟยามเช้า และถูกเก็บงำไว้ในเงามืดของเถาวัลย์ที่เลื้อยพัน อย่างเรื่องราวของ “ค่างบ่างผี” หรือที่ชาวบ้านบางคนเรียกขานว่า “วิญญาณลิงลม”


ย้อนกลับไปเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา ความสงบสุขในสวนแห่งนี้เริ่มถูกรบกวนด้วยเหตุการณ์ประหลาด ไก่ชนตัวเก่งของลุงสมนึก ไก่พื้นบ้านของป้านวล ไก่ไข่ของเจ๊เล็ก ต่างหายไปอย่างไร้ร่องรอยในยามวิกาล แรกๆ ก็คิดว่าเป็นหมาจิ้งจอก งูเหลือม หรือไม่ก็พวกลิงที่ลงมาจากป่าใกล้ๆ แต่ลักษณะการหายไปนั้นผิดแปลก ไก่บางตัวหายไปจากกรงที่ปิดแน่นหนา ราวกับมีอะไรบางอย่างที่สามารถลอดผ่านช่องแคบๆ ได้อย่างง่ายดาย บางครั้งก็พบรอยเท้าประหลาดข้างเล้าไก่ เป็นรอยเท้าเล็กๆ คล้ายลิง แต่มีเพียงสามนิ้ว และรอยกระโดดที่ยาวผิดปกติ


ลุงสมนึกเป็นชาวสวนเก่าแก่ที่เติบโตมากับผืนดินผืนนี้ แกเคยผ่านร้อนผ่านหนาว เห็นเรื่องแปลกประหลาดมาก็มาก แกเดินสำรวจร่องรอยรอบเล้าไก่อย่างละเอียด ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความกังวล "นี่มันไม่ใช่ฝีมือหมาหรือลิงธรรมดาๆ หรอกนะหนู" ลุงสมนึกเอ่ยขึ้นเมื่อฉันเดินตามแกไปดู "รอยมันแปลกๆ ยิ่งกว่านั้น ไอ้รอยกระโดดนี่สิ มันยาวเป็นวา ยิ่งกว่าคนกระโดดเสียอีก แล้วไก่ก็หายไปทั้งตัว ไม่ได้มีร่องรอยการต่อสู้ หรือเศษขนอะไรเลย"


ความสงสัยของชาวบ้านเริ่มก่อตัวขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งคืนหนึ่ง เป็นคืนที่พระจันทร์เต็มดวงส่องแสงเจิดจ้า ราวกับดวงไฟขนาดใหญ่ที่แขวนอยู่กลางท้องฟ้า ลุงสมนึกนอนไม่หลับ แกกังวลเรื่องไก่ที่หายไป จึงออกมานั่งเฝ้าเล้าไก่ที่ปลูกอยู่ห่างจากบ้านไม่มากนัก บรรยากาศเงียบสงัด มีเพียงเสียงจิ้งหรีดที่กรีดร้องระงม และเสียงน้ำในคลองที่กระทบตลิ่งเบาๆ แกรอแล้วรอเล่า จนกระทั่งเกือบจะเคลิ้มหลับไป


ทันใดนั้นเอง แกได้ยินเสียง "โพล๊ะ! โพล๊ะ! โพล๊ะ!" ดังมาจากทางสวนฝั่งตรงข้าม ซึ่งเป็นพื้นที่รกทึบ แทบไม่มีคนเข้าไปย่ำ เสียงนั้นคล้ายกับอะไรบางอย่างกำลังกระโดดข้ามร่องสวนด้วยความเร็วสูง ลุงสมนึกเบิกตากว้าง หัวใจเต้นระรัว แกหรี่ตาเพ่งมองไปยังทิศทางของเสียงนั้น แสงจันทร์ส่องทะลุยอดไม้ที่สูงลิบ ทำให้เห็นเงาดำทะมึนของสิ่งมีชีวิตบางอย่าง กำลังกระโดดข้ามร่องน้ำกว้างราวสามเมตรได้อย่างสบายๆ และที่น่าตกใจที่สุดคือ มันไม่ใช่สัตว์สี่ขาที่เราคุ้นเคย หากแต่เป็นเงาของสัตว์คล้ายลิงที่กระโดดด้วยท่าทางประหลาด ราวกับมีเพียงสามขาเท่านั้น


เงาดำนั้นหยุดลงที่ขอบรั้วเล้าไก่ของแก ก่อนจะหายลับเข้าไปในความมืดที่ไร้แสงจันทร์ส่องถึง ลุงสมนึกรีบลุกขึ้นคว้าไฟฉายส่องตามไป แต่ไม่พบอะไรอีกเลย สิ่งที่ทิ้งไว้มีเพียงความหนาวเย็นที่แผ่ซ่านไปทั่วร่าง และความรู้สึกว่าสิ่งที่แกเห็นนั้นไม่ธรรมดาเอาเสียเลย


เรื่องเล่าของลุงสมนึกแพร่กระจายไปอย่างรวดเร็ว ชาวบ้านหลายคนเริ่มพยักหน้าเห็นด้วย บางคนก็เคยได้ยินเสียงประหลาด บางคนก็เคยเห็นเงาวูบไหวในคืนเดือนหงาย แต่ไม่มีใครกล้าพูดออกมาตรงๆ จนกระทั่งลุงสมนึกยืนยันด้วยตาตัวเอง ทุกคนจึงเริ่มเชื่อว่าสิ่งที่กำลังคุกคามสวนแห่งนี้คือ "ค่างบ่างผี" สัตว์ประหลาดที่อยู่ในตำนานท้องถิ่นมานานแสนนาน


ป้าเล็ก เป็นแม่ค้าขายผลไม้ในตลาด มีอายุมากแล้วแต่ยังแข็งแรงและจำเรื่องราวเก่าๆ ได้ดี แกเล่าให้ฟังด้วยน้ำเสียงที่ลดต่ำลงเมื่อเราไปเยี่ยมแกที่บ้าน "หนูเอ๊ย เรื่องค่างบ่างผีเนี่ย มันไม่ใช่เรื่องใหม่หรอกนะ สมัยป้ายังเด็กๆ ก็เคยได้ยินคนแก่เล่าให้ฟัง แต่นานๆ ทีมันถึงจะออกมาให้เห็นสักครั้ง" ป้าเล็กหยุดพักจิบชา ก่อนจะเล่าต่อ "เขาว่ากันว่ามันคือ 'ลิงลม' ของขลังที่คนสมัยก่อนนิยมนำมาเลี้ยง เป็นเหมือนผู้ช่วย เป็นเหมือนดวงใจของผู้ครอบครอง ลิงลมเนี่ยมันว่องไว ปราดเปรียว เหาะเหินเดินอากาศได้ บางคนก็ใช้ให้ไปหาของ ไปทำเรื่องค้าขาย หรือแม้แต่เรื่องความรัก"


ป้าเล็กทำหน้าครุ่นคิด "แต่การจะเลี้ยงลิงลมได้เนี่ย มันต้องมีคาถาอาคม ต้องดูแลอย่างดี ต้องมีของถวายไม่ให้ขาด ต้องใส่ใจทุกอย่าง เพราะลิงลมมันมีวิญญาณ มันมีชีวิตจิตใจเหมือนคนเรานี่แหละ ถ้าเจ้าของดูแลไม่ดี ทอดทิ้ง ปล่อยปละละเลย หรือไม่ก็ใช้มันไปในทางที่ผิดมากๆ เข้า บ่อยๆ เข้า วิญญาณของลิงลมก็จะผูกอาฆาต พลังงานด้านลบก็จะครอบงำ มันก็จะกลายร่าง กลายเป็นสัตว์ร้ายออกอาละวาด แทนที่จะเป็นของขลังที่ปกป้อง ก็กลับกลายเป็นของเข้าตัว กลายเป็นผีร้ายออกหากินไก่ชาวบ้านนี่แหละ"


น้ำเสียงของป้าเล็กเริ่มจริงจังขึ้น "ที่สำคัญคือ มันจะมีสามขา เขาเล่าว่าขาที่สี่หายไปเพราะมันถูกตัดออกตอนที่ยังเป็นของขลัง เพื่อให้มันไม่สามารถหนีไปไหนได้ ทำให้มันต้องผูกติดกับเจ้าของตลอดไป พอเป็นผีร้าย มันเลยยังคงมีสามขาเหมือนเดิม เวลาโกรธเกรี้ยว หรือเวลาหิวโหย มันจะกระโดดได้ไกลผิดปกติ แถมยังปืนยิงไม่เข้า ฟันแทงไม่ระคายผิวอีกด้วย เพราะมันไม่ใช่สัตว์เลือดเนื้อธรรมดา มันคือวิญญาณที่กลายร่างไปแล้ว"


คำบอกเล่าของป้าเล็กทำให้เรื่องราวของค่างบ่างผียิ่งน่าสะพรึงกลัวขึ้นไปอีก ชาวบ้านที่เคยพยายามใช้ปืนลูกซองยิงขับไล่ หรือใช้ไม้ฟืนขนาดใหญ่ตีไล่ ก็ต่างประสบความล้มเหลว บ้างก็ว่าลูกปืนที่ยิงออกไปกลับกลายเป็นเพียงเศษดิน บ้างก็ว่าไม้ฟืนที่ฟาดลงไปราวกับฟาดโดนอากาศธาตุ ไม่รู้สึกถึงการปะทะกับสิ่งมีชีวิตใดๆ เลย


หลังจากนั้น สถานการณ์ก็แย่ลงเรื่อยๆ ค่างบ่างผีออกอาละวาดถี่ขึ้น ไม่ใช่แค่ไก่ แต่สัตว์เลี้ยงอื่นๆ อย่างลูกหมา ลูกแมว ก็เริ่มหายไป สร้างความหวาดผวาให้กับชาวสวนเป็นอย่างมาก ชาวสวนบางคนถึงกับต้องเลิกเลี้ยงไก่ ปล่อยให้เล้าไก่ที่เคยคึกคักกลายเป็นซากปรักหักพัง ผู้หญิงกับเด็กๆ ไม่กล้าออกจากบ้านในยามค่ำคืน เสียงหัวเราะสนุกสนานในสวนยามเย็นเงียบหายไป ถูกแทนที่ด้วยความเงียบงันและความหวาดระแวง


มีครั้งหนึ่งตาชม ชาวสวนผู้มีอารมณ์ขันและชอบพิสูจน์สิ่งลี้ลับ ได้วางแผนจับค่างบ่างผี ตาชมจัดฉากเล้าไก่ให้มีไก่ตัวเมียอ้วนพีคอยล่อ และซ่อนตัวอยู่ไม่ไกลพร้อมกับปืนแก๊ปที่เตรียมไว้อย่างดี "เดี๋ยวฉันจะจับตัวมันมาให้ดูว่าไอ้ค่างบ่างผีเนี่ยมันมีจริงหรือเปล่า" ตาชมประกาศกร้าวด้วยความมั่นใจ


คืนนั้นเอง เมื่อพระจันทร์เริ่มขึ้นมาเต็มดวงอีกครั้ง ตาชมก็เห็นเงาดำทะมึนสามขากระโดดโหยงๆ ข้ามร่องสวนเข้ามา มันตรงดิ่งไปยังเล้าไก่ที่ตาชมเตรียมไว้ ตาชมเล็งปืนแก๊ปอย่างใจเย็น แล้วเหนี่ยวไกออกไป เสียง "ปัง!" ดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วสวน ทว่าสิ่งที่ตามมาไม่ใช่เสียงร้องของสัตว์ที่ได้รับบาดเจ็บ แต่เป็นเสียงหัวเราะแหบแห้งคล้ายเสียงลมลอดไรฟัน ดังแว่วมาจากที่ที่ค่างบ่างผียืนอยู่


ตาชมตกใจจนแทบทำปืนหลุดมือ แกเห็นเงาของค่างบ่างผีกระโดดขึ้นไปบนยอดไม้ด้วยความเร็วราวกับพริบตา ก่อนจะหายลับไปในความมืดที่รกทึบกว่าเดิม ทิ้งไว้เพียงไก่ที่หายไปจากเล้า และหัวใจที่เต้นระรัวของตาชม พร้อมกับความเชื่อที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง "มันไม่ใช่สัตว์ธรรมดาจริงๆ ด้วยหนูเอ๊ย" ตาชมเล่าให้ฟังในวันรุ่งขึ้นด้วยใบหน้าซีดเผือด "ฉันไม่เคยกลัวอะไรขนาดนี้มาก่อนเลย"


เรื่องราวของค่างบ่างผีไม่ใช่แค่เรื่องเล่าเพื่อความบันเทิง หรือเรื่องหลอกเด็กให้อยู่ในโอวาท แต่มันสะท้อนถึงบางสิ่งบางอย่างที่ลึกซึ้งกว่านั้น มันบอกเล่าถึงความเชื่อ ความศรัทธา และผลกระทบของการกระทำของมนุษย์ ที่อาจส่งผลไปไกลเกินกว่าที่เราจะคาดคิดได้ ของขลังที่เคยให้คุณ หากถูกดูแลอย่างผิดวิธี หรือใช้ไปในทางที่มิชอบ ก็อาจกลายเป็นสิ่งชั่วร้ายที่ย้อนกลับมาทำร้ายเราเองได้เสมอ


เรื่องราวของค่างบ่างผีในสวนผลไม้ฝั่งธนบุรีจึงไม่ได้เป็นเพียงตำนานเก่าแก่ที่น่ากลัวเท่านั้น แต่มันยังเป็นเครื่องเตือนใจถึงความรับผิดชอบที่เรามีต่อสิ่งรอบตัว ไม่ว่าจะเป็นธรรมชาติ สัตว์เลี้ยง หรือแม้กระทั่งความเชื่อที่เรายึดถือ หากเราละเลยความเมตตา ไม่เคารพในสิ่งที่ควรเคารพ ใช้สิ่งที่มีคุณค่าไปในทางที่ผิด ความมืดมิดก็จะเข้าครอบงำ และเปลี่ยนสิ่งดีงามให้กลายเป็นสิ่งที่น่าหวาดกลัวได้เสมอ


ทุกวันนี้ ในคืนเดือนหงาย ชาวสวนฝั่งธนฯ ก็ยังคงได้ยินเสียง "โพล๊ะ! โพล๊ะ! โพล๊ะ!" ที่ดังมาจากสวนรกทึบในบางครั้ง มันอาจไม่ใช่การปรากฏตัวของค่างบ่างผีทุกครั้งไป แต่อย่างน้อยก็เป็นเสียงที่ย้ำเตือนถึงตำนาน และบทเรียนที่ซ่อนอยู่ในความเชื่อเหล่านั้นเสมอ ว่าพลังงานด้านลบที่เกิดจากการถูกทอดทิ้ง หรือการละเมิดนั้น น่ากลัวและทรงพลังยิ่งกว่าปืนหรือมีดเล่มไหนๆ เสียอีก ความรับผิดชอบและความเมตตา จึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้โลกของเราสงบสุข ไม่ว่าจะเป็นโลกที่มองเห็น หรือโลกที่มองไม่เห็นก็ตาม

0 $type={blogger}:

แสดงความคิดเห็น

👻 ฟังเรื่องหลอน
✅ รองรับ PC & Mobile
พร้อมใช้งาน
ขับเคลื่อนโดย Blogger.

ผู้ติดตาม

สั่งกล่องพัสดุ 750 ส่งฟรี

✨ 750 ส่งฟรี ✨
โลโก้ ตุ้ยคุ้ยเรื่องหลอน

บทความ

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

**คนออนไลน์:** ...
ตุ้ยคุ้ยเรื่องหลอน: รวมเรื่องผี เรื่องเล่าสยองขวัญ และตำนานอาถรรพ์ © 2013 Published By Gooyaabi Templates Supported by Best Blogger Templates and Premium Blog Templates - Web Design