041 เงาไม้ปลายดอย บทเรียนที่ถูกลืม

 เส้นทางสู่โรงเรียนบ้านห้วยหินลาดดูเหมือนจะไม่มีวันสิ้นสุด รถกระบะคันเก่าของคุณลุงสมหมายที่อุตส่าห์อาสามาส่งครูใหม่ในวันนี้ ต้องตะเกียกตะกายขึ้นเนินดินลูกแล้วลูกเล่า ซ้ายมือเป็นป่าทึบเบื้องล่างที่มองไม่เห็นก้นเหว ขวามือเป็นหน้าผาสูงชันที่เคยมีรอยดินถล่มปรากฏให้เห็นอยู่บ่อยครั้ง เม็ดฝนที่เพิ่งหยุดตกไปหมาดๆ ทำให้ถนนลื่นปรื๊ดจนพลอยอดกำที่จับอยู่บนเบาะไม่ได้เลยค่ะ หัวใจเต้นระรัว ไม่ใช่แค่เพราะความหวาดเสียว แต่ยังเพราะความตื่นเต้นที่กำลังจะก้าวเข้าสู่บทบาทใหม่ในชีวิตของการเป็นครูพลอย ครูสาวไฟแรงที่เพิ่งจบใหม่ และอาสามาเป็นครูโรงเรียนชายแดนที่ห่างไกลความเจริญแห่งนี้


"ถึงแล้วครูพลอย" เสียงคุณลุงสมหมายห้าวๆ ดังขึ้น พลอยหันไปมองตามก็เห็นอาคารไม้เก่าๆ หลังหนึ่งตั้งอยู่โดดเดี่ยวกลางลานดินกว้าง มีสนามหญ้าที่ไม่ได้รับการดูแลเท่าไรนัก โอบล้อมด้วยแนวป่าเบื้องหลังที่ดูจะทึบและลึกลับกว่าที่เคยจินตนาการไว้มาก ที่นี่คือโรงเรียนบ้านห้วยหินลาดค่ะ โรงเรียนขนาดเล็กที่มีนักเรียนเพียงไม่กี่สิบคน ตั้งอยู่บนเนินเขาสูงปลายดอย ห่างไกลจากหมู่บ้านหลักพอสมควร


พลอยก้าวลงจากรถ สูดหายใจลึกๆ รับเอาอากาศบริสุทธิ์และเย็นฉ่ำของป่าเข้ามาเต็มปอด เสียงนกนานาชนิดร้องแซมขึ้นเป็นระยะๆ ทำให้รู้สึกเหมือนหลุดเข้ามาอีกโลกหนึ่งทันที คุณลุงสมหมายช่วยขนกระเป๋าของพลอยเข้าไปในบ้านพักครูเล็กๆ ที่อยู่ติดกับตัวอาคารเรียน บ้านไม้สองชั้นที่ดูเก่าคร่ำคร่า พื้นไม้ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดทุกครั้งที่เหยียบ พลอยพยายามสำรวจไปรอบๆ ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความหวัง แม้จะรู้ว่าต้องเจอกับความลำบาก แต่ก็พร้อมจะทุ่มเททุกอย่างให้กับการสอนเด็กๆ ที่นี่


วันแรกของการทำงานผ่านไปอย่างราบรื่น เด็กๆ น่ารักและตั้งใจเรียน แม้ว่าอุปกรณ์การเรียนการสอนจะมีจำกัด แต่แววตาของพวกเขากลับเต็มไปด้วยความกระหายใคร่รู้ พลอยใช้เวลาในช่วงเย็นจัดของในบ้านพัก เก็บกวาดทำความสะอาดเท่าที่จะทำได้ พอพลบค่ำลง ความเงียบก็เริ่มคืบคลานเข้ามาแทนที่เสียงจอแจในตอนกลางวัน เสียงจิ้งหรีดและแมลงกลางคืนเริ่มบรรเลงเพลง เสียงลมพัดพาเอาความหนาวเย็นเข้ามาทางหน้าต่างไม้ที่ปิดไม่สนิท พลอยเข้านอนแต่หัวค่ำด้วยความเหนื่อยล้าจากการเดินทางและจัดของ


แต่แล้ว ในกลางดึกคืนนั้นเอง พลอยก็สะดุ้งตื่นขึ้นมาด้วยเสียงบางอย่างที่ดังมาจากข้างล่างของบ้าน มันเหมือนเสียงเดิน เสียงเท้าลากไปกับพื้นไม้เก่าๆ เอี๊ยดอ๊าดๆ ช้าๆ เนิบๆ พลอยลืมตาโพลง พยายามตั้งใจฟัง เสียงนั้นยังคงมีอยู่ ไม่ใช่เสียงสัตว์แน่นอน เพราะจังหวะการเดินนั้นดูเหมือนคน พลอยกลั้นหายใจ หัวใจเต้นโครมครามอยู่ในอก พลอยพยายามคิดเข้าข้างตัวเองว่าอาจจะเป็นคุณลุงสมหมายที่มาดูแลความเรียบร้อย แต่คุณลุงกลับไปแล้วนี่นา ไม่มีใครอยู่โรงเรียนนี้เลยนอกจากเธอ


เสียงนั้นหยุดลงไปครู่หนึ่ง พลอยค่อยๆ ผ่อนลมหายใจอย่างแผ่วเบา แต่แล้วเสียงนั้นก็กลับมาอีก คราวนี้เป็นเสียงเหมือนมีอะไรบางอย่างถูกลากไปตามพื้นไม้ เสียงครูดคราดเบาๆ ผสมกับเสียงไม้เก่าที่ดังเอี๊ยดอ๊าด พลอยค่อยๆ เอื้อมมือไปคว้าไฟฉายที่หัวเตียง กดเปิดสวิตช์ แสงไฟสลัวๆ ส่องไปรอบห้องที่มืดมิด พลอยตัดสินใจที่จะไม่ลงไปดู ปล่อยให้ความสงสัยและความกลัวกัดกินอยู่ในใจจนกระทั่งหลับไปอีกครั้งด้วยความอ่อนเพลีย


เช้าวันรุ่งขึ้น พลอยพยายามคิดในแง่ดีว่าเมื่อคืนอาจจะแค่ฝันไป หรือไม่ก็อาจจะเป็นหนูตัวใหญ่ที่เข้ามาอาศัยอยู่ในบ้านพัก แต่เมื่อเดินลงมาที่ชั้นล่าง กลิ่นสาบคล้ายกลิ่นดินชื้นๆ ก็ลอยเข้ามาแตะจมูกทันที พลอยเดินสำรวจไปรอบๆ ห้องโถงเล็กๆ ที่ใช้เป็นห้องรับแขกและห้องครัวในตัว ก็พบว่ามีรอยเท้าเปื้อนดินปรากฏอยู่บนพื้นไม้เก่าๆ เป็นรอยเล็กๆ ไม่ใหญ่มากนัก คล้ายรอยเท้าเด็ก พลอยขมวดคิ้วด้วยความสงสัย เมื่อคืนเธอนอนอยู่คนเดียว แล้วรอยเท้านี้มาจากไหนกันแน่ พลอยลองพยายามส่องไฟไปตามร่องรอยนั้น มันหายไปตรงผนังห้องที่เชื่อมต่อกับห้องครัว พลอยไม่เห็นอะไรผิดปกติอีก จึงพยายามปัดความกังวลทิ้งไป


หลายสัปดาห์ต่อมา เหตุการณ์แปลกๆ ก็เริ่มเกิดขึ้นบ่อยครั้งขึ้นเรื่อยๆ

บางครั้งพลอยกำลังนั่งตรวจงานอยู่ในห้องพักครูตอนกลางคืน ก็จะได้ยินเสียงเหมือนเด็กๆ วิ่งเล่นกันอยู่ในห้องเรียน เสียงหัวเราะคิกคักแผ่วเบา เสียงกุกกักเหมือนเก้าอี้ถูกลาก พลอยจะออกไปดูทุกครั้ง แต่ก็ไม่เคยพบใครเลย ห้องเรียนมืดสนิท โต๊ะเก้าอี้จัดวางไว้อย่างเป็นระเบียบตามเดิม ไม่มีแม้แต่ร่องรอยของใคร พลอยเริ่มรู้สึกเหมือนถูกจับตามองตลอดเวลา รู้สึกเสียวสันหลังวาบขึ้นมาโดยไม่มีสาเหตุบ่อยครั้ง


วันหนึ่ง พลอยกำลังสอนวิชาศิลปะ เด็กๆ กำลังสนุกกับการวาดรูปตามจินตนาการ จู่ๆ น้องมะลิ เด็กหญิงตัวเล็กที่สุดในชั้นเรียน ก็ชูรูปวาดของเธอขึ้นมาให้พลอยดู รูปนั้นเป็นรูปผู้หญิงคนหนึ่งยืนอยู่ท่ามกลางต้นไม้ใหญ่ มีเงามืดคล้ายคนตัวสูงใหญ่ยืนอยู่ด้านหลัง พลอยชมว่าสวยดี แต่แล้วมะลิก็เอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงใสซื่อว่า "ครูคะ อันนี้ไม่ใช่ผู้หญิงค่ะ อันนี้คือคุณครู" แล้วชี้ไปที่รูปผู้หญิง "แล้วคนนี้คือครูใหญ่ที่มาดูครูวาดรูปค่ะ" เด็กหญิงชี้ไปที่เงาด้านหลังที่ดูน่าขนลุก พลอยรู้สึกเย็นวาบไปทั้งตัว เพราะในโรงเรียนนี้มีครูแค่เธอคนเดียว และไม่มีครูใหญ่อย่างที่มะลิบอก มะลิมองหน้าพลอยด้วยแววตาไร้เดียงสา เมื่อเห็นสีหน้าสงสัยของพลอย เธอจึงเสริมขึ้นว่า "ครูใหญ่คนนี้ตัวสูงมากๆ เลยนะคะ หน้าเขาดำๆ ค่ะ มองไม่เห็นตาด้วย ชอบมาดูพวกหนูเล่นตอนเย็นๆ ค่ะ"


ค่ำวันนั้น พลอยนอนไม่หลับ เธอเปิดอ่านสมุดบันทึกเก่าๆ ที่เธอเจอในห้องพักครู สมุดเล่มนี้เขียนด้วยลายมือของครูคนก่อนๆ ที่เคยมาสอนที่นี่ มีบันทึกเรื่องราวการสอนเด็กๆ และความประทับใจต่างๆ แต่ในช่วงท้ายของบันทึกเล่มหนึ่ง พลอยก็พบกับข้อความที่ทำให้เธอต้องตัวเกร็ง

"วันนี้รู้สึกไม่สบายใจเลย ได้ยินเสียงแปลกๆ ในห้องเรียนอีกแล้ว เด็กๆ บางคนก็เล่าว่าเห็นใครบางคนมาเดินวนเวียนอยู่ในโรงเรียนตอนกลางคืน ฉันพยายามไม่คิดมาก แต่ความรู้สึกไม่สบายใจมันเกาะกินใจเหลือเกิน"

และในหน้าสุดท้ายของบันทึกเล่มนั้น มีประโยคสั้นๆ เขียนไว้ด้วยลายมือที่ดูสั่นเครือว่า "บางสิ่งกำลังมองดูเราอยู่ตลอดเวลา และมันไม่ต้องการให้เราอยู่ที่นี่"


พลอยวางสมุดบันทึกลงอย่างช้าๆ หัวใจเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก เสียงลมพัดกรูเข้ามาทางช่องหน้าต่างไม้ที่เก่าผุพัง ส่งเสียงหวิวๆ ราวกับเสียงคร่ำครวญของใครบางคน พลอยรู้สึกเหมือนมีสายตานับร้อยคู่จ้องมองเธออยู่ในความมืด ความกลัวค่อยๆ คืบคลานเข้ามาปกคลุมจิตใจ


วันต่อมา พลอยตัดสินใจไปขอคำปรึกษาจากคุณครูคำ ครูแก่ๆ ประจำหมู่บ้าน ที่เป็นเหมือนศูนย์รวมจิตใจของชาวบ้านแถบนี้ คุณครูคำเป็นผู้หญิงสูงอายุ ใบหน้าใจดี มีรอยยิ้มประดับอยู่เสมอ


"คุณครูพลอยมีอะไรไม่สบายใจหรือเปล่าคะ หน้าตาดูเป็นกังวลจังเลย" ครูคำทักขึ้นเมื่อพลอยเดินเข้าไปหาในร้านขายของชำเล็กๆ ของเธอ


พลอยเล่าเรื่องราวทั้งหมดที่เธอเจอให้คุณครูคำฟัง ตั้งแต่เสียงเดินประหลาดๆ รอยเท้าปริศนา ไปจนถึงเรื่องที่เด็กๆ เล่าถึง "ครูใหญ่" ตัวสูงใหญ่และน่ากลัว คุณครูคำนั่งฟังอย่างใจเย็น พยักหน้าเป็นระยะๆ ดวงตาของท่านเต็มไปด้วยความเข้าใจ


เมื่อพลอยเล่าจบ ครูคำก็ถอนหายใจยาวๆ แล้วพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่จริงจังกว่าปกติ "ครูพลอยคงจะเจอ 'ปู่ตา' เข้าแล้วล่ะค่ะ"


พลอยขมวดคิ้วด้วยความสงสัย "ปู่ตาคืออะไรคะคุณครูคำ"


"ปู่ตาคือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ดูแลป่าดูแลดอยแห่งนี้ค่ะ ชาวบ้านแถวนี้เชื่อกันว่าทุกแห่งหนมีเจ้าที่เจ้าทาง มีผีป่าผีดอยคุ้มครองอยู่ และที่ที่เราสร้างโรงเรียนแห่งนี้ขึ้นมาเมื่อหลายสิบปีก่อนน่ะค่ะ เป็นที่ที่เชื่อกันว่าเป็นที่อยู่ของปู่ตาผู้เฒ่าที่ดูแลผืนป่าแห่งนี้มานานนม" ครูคำอธิบาย


"แล้วทำไมปู่ตาถึงมาปรากฏตัวให้พลอยเห็น หรือทำให้เกิดเรื่องแปลกๆ ขึ้นล่ะคะ" พลอยถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ


"เมื่อก่อนโรงเรียนเราสร้างอยู่ตรงนั้นดีๆ ค่ะ ตรงเนินเขาที่อยู่ต่ำลงไปหน่อย แต่พอฝนตกหนักๆ ดินถล่มบ่อยเข้า ชาวบ้านเลยตัดสินใจย้ายโรงเรียนขึ้นมาสร้างใหม่บนเนินที่สูงกว่านี้ค่ะ ที่ดินตรงนี้เป็นที่ที่อุดมสมบูรณ์ มีต้นไม้ใหญ่หลายต้น ชาวบ้านเชื่อว่าปู่ตาอาศัยอยู่ใต้ต้นตะเคียนทองขนาดใหญ่ที่เคยยืนต้นอยู่ตรงลานหน้าโรงเรียนของเรานี่แหละค่ะ" ครูคำหยุดพูดไปชั่วขณะ แล้วกวาดสายตาไปยังทิศทางของโรงเรียนที่อยู่ห่างออกไป


"ตอนที่เราจะย้ายโรงเรียนมาสร้างตรงนี้ มีคนเฒ่าคนแก่หลายคนเตือนแล้วว่าไม่ควรไปรบกวนปู่ตา แต่ทางการก็อยากให้เด็กๆ มีโรงเรียนที่ปลอดภัยค่ะ ก็เลยตัดต้นตะเคียนต้นนั้นทิ้งไป สร้างโรงเรียนทับลงไปบนที่เดิม"


พลอยรู้สึกเหมือนมีก้อนแข็งๆ จุกอยู่ที่คอ "หมายความว่า... ปู่ตากำลังไม่พอใจที่เราไปรบกวนท่านอย่างนั้นหรือคะ"


ครูคำพยักหน้าช้าๆ "บางคนก็ว่าท่านไม่พอใจค่ะ บางคนก็ว่าท่านแค่เหงา คิดถึงที่อยู่เก่าของท่าน อยากกลับมาอยู่ใกล้เด็กๆ เหมือนเดิม แต่ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไร ท่านก็ยังอยู่ที่นั่น และท่านกำลังสื่อสารกับครูพลอยอยู่ค่ะ"


พลอยเงียบไปครู่หนึ่ง เรื่องราวที่ได้ยินนั้นเกินกว่าที่วิทยาศาสตร์จะอธิบายได้ทั้งหมด แต่ประสบการณ์ที่เธอเจอมาตลอดหลายสัปดาห์ มันน่ากลัวเกินกว่าจะเป็นแค่จินตนาการ


"แล้วพลอยต้องทำยังไงคะ" พลอยถามด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา


"ก่อนอื่นเลย ครูพลอยต้องทำใจให้สงบก่อนนะคะ ปู่ตาไม่ใช่ผีร้ายที่จะมาทำอันตรายอะไร แต่ท่านคือผู้ปกปักษ์รักษาที่กำลังรู้สึกโดดเดี่ยว ครูพลอยลองทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้ท่านทุกวันพระนะคะ ขอขมาท่านที่ได้ล่วงเกินท่านโดยไม่ตั้งใจ ลองพูดคุยกับท่านดูสิคะ เวลาอยู่คนเดียวในโรงเรียน ลองพูดออกไปเบาๆ ว่าเรามาดี มาเพื่อสอนเด็กๆ มาอยู่เพื่อดูแลโรงเรียนนี้" ครูคำแนะนำ


คืนนั้น พลอยตัดสินใจทำตามที่คุณครูคำแนะนำ เธอจุดเทียนไหว้พระ อธิษฐานขอขมาสิ่งที่มองไม่เห็นที่อยู่รอบตัวเธอ แล้วก็พูดออกไปเบาๆ ในความเงียบงันของห้อง "ท่านปู่ตาคะ หนูมาอยู่ที่นี่ในฐานะครูค่ะ หนูไม่ได้มีเจตนาจะลบหลู่หรือรบกวนท่านเลย หนูแค่มาทำหน้าที่ของหนู ขอท่านได้โปรดเมตตา โปรดให้หนูได้ทำหน้าที่ของหนูอย่างราบรื่นด้วยนะคะ"


ทันทีที่พูดจบ ลมหนาวก็พัดเข้ามาทางหน้าต่างอีกครั้ง เสียงประตูห้องเรียนที่อยู่ฝั่งตรงข้ามดังเอี๊ยดเบาๆ เหมือนถูกเปิดออก พลอยไม่รู้ว่าเธอคิดไปเองหรือเปล่า แต่ในวินาทีนั้นเอง ความรู้สึกหนักอึ้งที่เคยกดทับจิตใจเธอมาตลอดหลายสัปดาห์ก็ดูเหมือนจะเบาบางลงไปเล็กน้อย


เหตุการณ์แปลกๆ ก็ยังคงมีอยู่บ้างประปราย แต่พลอยเริ่มมองมันด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป เสียงเดินบนพื้นไม้ เสียงหัวเราะแผ่วเบาของเด็กๆ พลอยไม่รู้สึกกลัวเหมือนเมื่อก่อนแล้ว เธอรู้สึกเหมือนมีใครบางคนเฝ้ามองเธออยู่จริงๆ แต่ไม่ใช่ในลักษณะของการคุกคามอีกต่อไปแล้ว


วันหนึ่ง พลอยกำลังเดินตรวจรอบๆ บริเวณโรงเรียนหลังจากเด็กๆ กลับบ้านไปหมดแล้ว เธอเหลือบไปเห็นเงาตะคุ่มๆ ร่างสูงใหญ่ยืนอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ที่อยู่ข้างลานหน้าโรงเรียน มันเป็นเงาที่ดูคล้ายกับรูปวาดของมะลิไม่มีผิด พลอยยืนนิ่ง ไม่กล้าขยับ เธอจ้องมองไปยังเงานั้นที่ยืนนิ่งไม่ไหวติงอยู่ชั่วครู่ แล้วเงานั้นก็ค่อยๆ จางหายไปในความมืดที่กำลังคืบคลานเข้ามาพร้อมกับแสงสุดท้ายของวัน


พลอยถอนหายใจยาว พยายามทำความเข้าใจกับสิ่งที่เธอเพิ่งเห็น บางทีสิ่งที่ "ปู่ตา" ต้องการอาจจะแค่การรับรู้ การเคารพ และการอยู่ร่วมกันโดยไม่เบียดเบียนกัน พลอยไม่ได้รู้สึกกลัวอีกต่อไปแล้ว แต่กลับรู้สึกสงสารและเข้าใจในสิ่งที่ "ปู่ตา" กำลังพยายามจะบอกเธอมาตลอด


โรงเรียนบ้านห้วยหินลาด ไม่ได้เป็นเพียงแค่โรงเรียนที่พลอยมาสอนหนังสืออีกต่อไปแล้ว แต่ยังเป็นสถานที่ที่สอนให้เธอได้เรียนรู้ถึงความเชื่อ ความผูกพันของคนกับธรรมชาติ และเรื่องราวที่อยู่เหนือการอธิบายด้วยเหตุผล บางครั้งสิ่งที่เรามองไม่เห็นด้วยตาเปล่า อาจจะอยู่รอบตัวเราตลอดเวลา เพียงแต่เราต้องเรียนรู้ที่จะเปิดใจรับฟังและทำความเข้าใจ


เรื่องราวของครูพลอยทำให้เราอดคิดไม่ได้ว่า บางสิ่งในโลกนี้อยู่เหนือการอธิบายด้วยเหตุผล และในตอนหน้าค่ะ เราจะพาคุณไปสำรวจอีกด้านหนึ่งของความเชื่อกับเรื่องเล่าจากป่าลึก ที่อาจจะไม่ได้น่ากลัวอย่างที่เราคิด แต่กลับสร้างความรู้สึกประหลาดใจยิ่งกว่า เมื่อความศรัทธากลับกลายเป็นสิ่งหลอนที่ไม่เคยจางหายไปไหน โปรดติดตามกันนะคะ

0 $type={blogger}:

แสดงความคิดเห็น

👻 ฟังเรื่องหลอน
✅ รองรับ PC & Mobile
พร้อมใช้งาน
ขับเคลื่อนโดย Blogger.

ผู้ติดตาม

สั่งกล่องพัสดุ 750 ส่งฟรี

✨ 750 ส่งฟรี ✨
โลโก้ ตุ้ยคุ้ยเรื่องหลอน

บทความ

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

**คนออนไลน์:** ...
ตุ้ยคุ้ยเรื่องหลอน: รวมเรื่องผี เรื่องเล่าสยองขวัญ และตำนานอาถรรพ์ © 2013 Published By Gooyaabi Templates Supported by Best Blogger Templates and Premium Blog Templates - Web Design